Search

ภาคประชาสังคมเดินขบวนคบเพลิง-ชุมนุมคู่ขนานการประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์

Posted: 13 Nov 2017 09:39 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ภาคประชาสังคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินขบวนคบเพลิงเป็นระยะทางกว่า 6 กม. คู่ขนานการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ โดยภาคประชาสังคมไทยชูประเด็นชนกลุ่มน้อย LGBT นักโทษการเมือง หยุด ม.112 ยุติความรุนแรงชายแดนใต้ ประชาธิปไตยต้องมาตอนนี้เดี๋ยวนี้ ขณะที่ผู้เข้าร่วมจากภูมิภาคอาเซียนระบุต้องการเห็นอาเซียนที่มีความเท่าเทียม และเห็นแก่มนุษยธรรม พร้อมย้ำว่าอาเซียนคือความแตกต่างเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับและก้าวต่อไปด้วยกัน ภาคประชาสังคมอาเซียนร่วมเดินขบวนถือคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ประชาชนในเมืองเกซอนซิตี ประเทศฟิลิปปินส์ โดยเป็นการชุมนุมคู่ขนานการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่จัดระหว่าง 13-14 พฤศจิกายน เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา ภาคประชาสังคมทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายร้อยคนเดินขบวนถือคบเพลิงจากโรงแรมโนโวเทลสู่อนุสาวรีย์ประชาชนในเมืองเกซอน ประเทศฟิลิปปินส์ การเดินขบวนเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากเวทีประชุมภาคประชาสังคมอาเซียนขึ้น (ASEAN Civil Society Conference/ASEAN People Forum: ACSC/APF) โดยงานประชุมจะมีไปจนถึงวันที่ 14 พ.ย. 2560 นี้ มีภาคประชาสังคมจากทุกประเทศในอาเซียนรวมถึงประเทศติมอร์ เลสเต เข้าร่วมงานในพิธีเปิดจำนวนหลายร้อยคน การเดินขบวนเริ่มในเวลาราว 18.30 น. เดินจากโรงแรมโนโวเทลในเมืองเกซอน มุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ประชาชน เป็นระยะทางทั้งสิ้นราว 6 กม. ท่ามกลางการอารักขาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฟิลิปปินส์รายทาง เฮนรี่ โคห์... Read More

ลมพัดหวน? เมื่อฟิลิปปินส์แสดงท่าทีจะหันกลับมาญาติดีกับสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์เชื่อว่าแรงกดดันจากกองทัพและทัศนะแง่บวกของชาวฟิลิปปินส์ต่อสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญเรื่องนี้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้วเป็นต้นมา เมื่อประธานาธิบดีโรดริโก้ ดูแตร์เต้ เข้ารับตำแหน่ง ฟิลิปปินส์มีท่าทีแยกตัวออกห่างจากนโยบายและอิทธิพลของสหรัฐฯ หลังจากที่ถูกตำหนิวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายปราบปรามยาเสพติด แต่เมื่อปลายเดือนกันยายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์ได้บอกกับประธานคณะอนุกรรมการกิจการเอเซียตะวันออกของวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่าฟิลิปปินส์ต้องการกลับมามีความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ อย่างแข็งขันอีกครั้ง สหรัฐฯ กับฟิลิปปินส์นั้นเป็นพันธมิตรทางทหารอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 และขณะนี้สหรัฐฯ ก็เป็นประเทศผู้ลงทุนโดยตรงรายใหญ่ในฟิลิปปินส์ ด้วยจากเม็ดเงินลงทุนถึงกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์ และมีมูลค่าการค้าซึ่งกันและกันกว่า 17,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว โดยขณะนี้ผู้จ้างงานรายใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์คือบริษัท Convergys ซึ่งเป็นธุรกิจอเมริกันจ้างงานถึงกว่า 60,000 ตำแหน่งในฟิลิปปินส์ นอกจากนั้น สหรัฐฯ ยังมีส่วนสนับสนุนด้านเศรษฐกิจอย่างสำคัญต่อฟิลิปปินส์ด้วย จากการอนุญาตให้แรงงานฟิลิปปินส์ทำงานในตำแหน่งครูและพยาบาลได้ และในจำนวนชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานในต่างประเทศกว่า 10 ล้านคน ราว 3.4 ล้านคนทำงานอยู่ในสหรัฐฯ และส่งเงินกลับประเทศปีละหลายพันล้านดอลลาร์ด้วยกัน ถึงกระนั้นก็ตาม ความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ดูเหมือนจะมาพร้อมกับเงื่อนไขผูกพันบางอย่าง เช่นเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ระงับแผนการขายปืนไรเฟิลชนิดโจมตี 26,000 กระบอก และระงับเงินช่วยเหลือ 9 ล้านดอลลาร์สำหรับการฝึกอบรมต่อต้านยาเสพติดเพื่อประท้วงนโยบายปราบปรามยาเสพติดของประธานาธิบดีดูแตร์เต้ แต่ก็ดูเหมือนว่าแรงกดดันจากกองทัพฟิลิปปินส์ รวมทั้งทัศนะในทางบวกของประชาชนฟิลิปปินส์ซึ่งราว 70% ในขณะนี้ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจสหรัฐฯมากกว่าประเทศอื่น อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประธานาธิบดีดูแตร์เต้ ต้องเปลี่ยนท่าที อาจารย์ Carl Thayer... Read More