Search

ครึ่งหนึ่งของวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกาเเละในญี่ปุ่นบอกว่าติดอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ จนวางไม่ลง

ผลการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยเเห่งหนึ่งในสหรัฐฯ พบว่าราวครึ่งหนึ่งของวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกาเเละในญี่ปุ่น บอกว่าติดอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ จนวางไม่ลง

นี่เป็นปัญหาที่พ่อแม่หลายๆ คนประสบ ซึ่งลูกวัยรุ่นของคุณไม่ยอมวางอุปกรณ์ดิจิทัล เพราะอาการติดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ยุคดิจิทัลอื่นๆ

ผลการวิจัยโดยภาควิชาการสื่อสารมวลชน Annenberg มหาวิทยาลัย Southern California ในลอสแองเจลลีส พบว่ากึ่งหนึ่งของเด็กวัยรุ่นในสหรัฐฯ และในญี่ปุ่น บอกว่าวางมือถือและอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ลง

วัยรุ่นเหล่านี้ยังบอกด้วยว่า การติดมือถือและอุปกรณ์ดิจิทัลอย่างงอมแงมของตน เป็นสาเหตุให้ทะเลาะกับกับพ่อเเม่

Alissa Caldwell นักศึกษาที่โรงเรียน American School ในญี่ปุ่น บอกว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดกับเด็กวัยรุ่นอย่างเธอ คือการลืมมือถือไว้ที่บ้าน

ทีมนักวิจัยได้สำรวจวัยรุ่นและพ่อแม่อเมริกัน 1,200 คน เเละวัยรุ่นและพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น 1,200 คน พ่อเเม่ทั้งชาวอเมริกันเเละชาวญี่ปุ่นกล่าวว่าลูกวัยรุ่นของตนใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป และราว 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ปกครองทั้งชาวอเมริกันและชาวญี่ปุ่น บอกว่าพวกเขาเชื่อว่าลูกวัยรุ่นเกิดอาการติดโทรศัพท์มือถือ

เเต่พ่อเเม่ชาวญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 3 บอกว่า ตนเองก็ติดโทรศัพท์มือถือเช่นกัน เทียบกับพ่อแม่ชาวอเมริกันที่ 1 ใน 4 คน

วัยรุ่นชาวอเมริกันในการสำรวจราว 7 ใน 10 คน บอกว่ารู้สึกว่าต้องรีบตอบกลับข้อความทางโทรศัพท์มือถือที่ได้รับอย่างทันที เทียบกับวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นที่ครึ่งหนึ่งบอกว่าทำเช่นนั้น

ในญี่ปุ่น วัยรุ่น 48 เปอร์เซ็นต์และพ่อเเม่ 38 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าจะยกมือถือขึ้นมาเช็คดูหรือใช้งานอย่างน้อยทุกหนึ่งชั่วโมง ส่วนในสหรัฐฯ วัยรุ่น 78 เปอร์เซ็นต์และพ่อเเม่ 69 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าใช้มือถือทุกหนึ่งชั่วโมง

ทีมนักวิจัยชี้ว่า อย่างน้อยการใช้โทรศัพท์มือถือทุกหนึ่งชั่วโมงจะหยุดลงเมื่อเข้านอน

การวิจัยนี้พบว่าพ่อเเม่และวัยรุ่นชาวอเมริกันทะเลาะกันเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าครอบครัวชาวญี่ปุ่น ครอบครัวอเมริกันอย่างน้อย1 ใน 3 เปิดเผยว่าทะเลาะกับลูกวัยรุ่นทุกวันเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือ และเพียง 1 ใน 6 ของครอบครัวชาวญี่ปุ่นบอกว่าทะเลาะกับลูกทุกวันเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ

เเต่ 20 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นญี่ปุ่นกล่าวว่า บางครั้งรู้สึกว่าพ่อเเม่คิดว่าโทรศัพท์มือถือสำคัญกว่าลูก เมื่อเทียบกัน 11 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นอเมริกันบอกว่ารู้สึกเช่นเดียวกันนี้

ด้าน Willow Bay คณบดีภาควิชาการสื่อสารมวลชน Annenberg มหาวิทยาลัย Southern California ในลอสแองเจลลีส กล่าวว่า ความก้าวหน้าด้านอุปกรณ์สื่อสารดิจิทัลและอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย นอกจากจะกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารของคนเรากับโลกภายนอกแล้ว ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อการสื่อสารระหว่างคนใกล้ชิดภายในครอบครัวอีกด้วย

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=166098459003014075

Related posts