Search

รวมอันดับมหาวิทยาลัยโลกจากหลายสำนัก สำหรับผู้สนใจเรียนต่อต่างประเทศ

Oxford University ปัจจุบันผู้สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอังกฤษ และอเมริกา มีแหล่งอ้างอิงอันดับมหาวิทยาลัยจากหลายแหล่งข้อมูล นักเรียนต่างชาติจำนวนมากใช้รายชื่อมหาวิทยาลัยในอันดับของสื่อต่างๆ เป็นจุดเริ่มต้นการทำความรู้จักสถาบันการศึกษาเหล่านี้ ก่อนตัดสินใจยื่นใบสมัคร ด้านหนึ่ง อันดับเหล่านี้สะท้อนถึงชื่อเสียง และสถิติของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ระบุว่ามหาวิทยาลัยอันดับสูงๆ นำมาสู่รายได้ของนักศึกษาหลังเรียนจบมากกว่ามหาวิทยาลัยอันดับรองลงมา แต่อีกด้านหนึ่ง การมองแต่เพียงอันดับและชื่อเสียงอาจทำให้ผู้สมัครมองข้ามปัจจัยที่สำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะความเข้ากันได้ของสังคมและวิถีชีวิตของตัวผู้ยื่นใบสมัครเอง Rajika Bhandari หัวหน้าฝ่ายวิจัยและนโยบายของหน่วยงาน IIE หรือ Institute of International Education กล่าวว่า แหล่งข้อมูลของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ นำเสนอเนื้อหาของมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ต่างๆ อย่างเป็นกลาง นอกจากนั้นแหล่งข้อมูลนี้ยังมีความหลากหลาย ตั้งแต่ข้อมูลของมหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยของรัฐ มหาวิทยาลัยชุมชนที่ปกติคิดค่าเทอมต่ำ สถาบันที่เน้นงานวิจัย ไปจนถึงที่เน้นด้านสังคมศาสตร์ สำหรับผู้ที่สนใจการจัดอันดับอาจเปรียบเทียบรายชื่อมหาวิทยาลัยจากการจัดอันดับโดยสื่อต่างๆ ได้ Times Higher Education ประมวลข้อมูลมหาวิทยาลัยทั่วโลก และเสนอการจัดอันดับล่าสุดที่มหาวิทยาลัย Oxford และ Cambridge สถาบันเก่าแก่ของอังกฤษสองแห่งติดที่หนึ่งและที่สองตามลำดับ ตามมาด้วย California Institute of Technology และ มหาวิทยาลัย Stanford ของสหรัฐฯ ซึ่งได้ที่สามร่วมกัน และเมื่อรวมอันดับอื่นๆ สรุปได้ว่า... Read More

หนังสือ “Beautifully Said” รวบรวมคำคมจับใจจากผู้หญิงทั่วโลก

In this copyrighted image from Beautifully Said, a brief biography of journalist and social reformer Dorothy Day is followed by one of her quotes. Pauline Weger เป็นผู้จัดทำหน้าเว็บไซท์ “Beautifully Said”​ ที่ได้รวบรวมคำพูดโดยผู้หญิงที่มีใจความจับใจถึง 110 คำกล่าว และเรื่องราวเบื้องหลังคำกล่าวเหล่านี้ และได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือเรื่อง “Beautifully Said” Pauline Weger กล่าวว่า คำพูดที่จับใจมีพลังที่บันดาลใจให้คนฟังได้คิดในเรื่องต่างๆ มานานนับหลายศตวรรษ เธอบอกว่าคนเรามักจะสะสมคำกล่าวต่างๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจของตนเองในเเนวคิดหรือในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ดังนั้นคำพูดที่มีใจความลึกซึ้ง จับใจ จึงกลายเป็นเเรงบันดาลใจให้คนเขียนหนังสือ และในยุคสมัยปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทอย่างมากในการเผยเเพร่ “คำพูด” ที่สร้างเเรงบันดาลใจเหล่านี้ คำกล่าวต่างๆ ในหนังสือ “Beautifully Said” มาจากผู้หญิงทั่วโลก และเป็นคำพูดที่เกี่ยวข้องทุกเเง่มุมของชีวิตตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ซึ่งรวมทั้ง คำพูดของสถาปนิกชาวอังกฤษเชื้อสายอิรัก Zaha Hadid... Read More

นักวิจัยอเมริกันพัฒนแอพฯ วินิจฉัยสมองกระทบกระเทือนในสนามกีฬา

App มือถือวินิจฉัยสมองกระทบกระเทือนในสนามกีฬา อาการบาดเจ็บในสมองเกิดจากการกระเเทกอย่างรุนเเรงที่ศีรษะจนเป็นเหตุให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน การศึกษาหลายชิ้นได้เเสดงว่า การที่สมองถูกกระทบกระเทือนซ้ำๆ อย่างที่เกิดกับนักกีฬาบางคน อาจจะมีผลกระทบระยะยาว ทั้งต่อร่างกาย ความสามารถทางความคิดอ่าน ตลอดจนปัญหาที่เกิดกับสภาพจิตใจเเละอารมณ์ เเต่การวินิจฉัยอาการบาดเจ็บในสมองทำได้ยาก เเม้เเต่ศัลยเเพทย์สมองอย่างด็อกเตอร์ Lynn McGrath Jr. ก็ยอมรับในประเด็นนี้ ด็อกเตอร์ McGrath กล่าวว่า ยังไม่มีวิธีวินิจฉัยอาการสมองกระทบกระเทือนที่เชื่อถือได้ เเม้เเต่ในโรงพยาบาล การวินิจฉัยส่วนมากต้องขึ้นอยู่การตัดสินใจที่ดีที่สุดของเเพทย์ผู้วินิจฉัยเป็นหลัก ด้วยการคัดกรองอาการที่บ่งบอกว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง นี่เป็นสาเหตุให้ด็อกเตอร์ McGrath และทีมงานที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันพัฒนาแอพฯ โทรศัทพ์มือถือขึ้นมาหนึ่งชิ้น ที่ช่วยตัดเอาการคาดเดาออกจากการวินิจฉัยอาการสมองกระทบกระเทือน ด็อกเตอร์ McGrath กล่าวว่า แอพฯ นี้ความสามารถตรวจดูสมองทุกส่วนเพื่อวินิจฉัยว่าสมองบาดเจ็บหรือไม่ และยังสามารถใช้การวัดรีเฟล็กซ์รูม่านตาต่อแสงกับโทรศัพท์มือถือได้ด้วย เพื่อเเยกเเยะความเเตกต่างระหว่างอาการสมองบาดเจ็บกับผู้ป่วยปกติ แอพฯ ตัวนี้ช่วยให้ทีมงานสามารถวินิจฉัยได้อย่างเเม่นยำถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่นานมานี้ บรรดาเเพทย์ต่างคิดว่าอาจไม่มีอาการทางกายใดๆ ที่ชี้ว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือน เเต่นั่นเป็นเพราะตาคนเราไม่สามารถสังเกตุเห็นอาการเหล่านี้ได้ ด็อกเตอร์ McGrath กล่าวว่า ตาของคนเราสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น และไม่สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทางกายที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงอาการบาดเจ็บที่สมอง แอพฯ วินิจฉัยอาการบาดเจ็บในสมองนี้เรียกว่า PupilScreen หรือการตรวจรูม่านตา เเละสามารถมองเห็นสิ่งที่เเพทย์มองไม่เห็นได้ และใช้ระบบการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนในการวินิจฉัยอาการบาดเจ็บในสมองหรืออาจจะเเย่กว่านั้น ด็อกเตอร์ McGrath กล่าวว่า ทีมงานต้องการมีแอพฯ ที่จะสามารถบอกได้อย่างน่าเชื่อถือว่า คนไข้ควรได้รับการตรวจในโรงพยาบาลโดยเเพทย์ว่าสมองบาดเจ็บหรือไม่... Read More

เมื่อ ‘หุ่นยนต์-AI’ เข้ามาแทนที่คน ‘ผู้หญิง’ เสี่ยงตกงานมากกว่า ‘ผู้ชาย’

Posted: 11 Oct 2017 05:24 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ที่สหรัฐฯ พบผู้หญิงเสี่ยงตกงานมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่าจากการปฏิวัติหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ บ้านเรา ‘สิ่งทอ-ชิ้นส่วนยานยนต์-เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์’ ที่มีสัดส่วนการจ้างงานแรงงานฝ่ายผลิตหญิงสูง ก็มีความเสี่ยงสูญเสียงาน หากมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในอนาคต งาน ‘แคชเชียร์’ หรือ ‘พนักงานเก็บเงิน’ เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติในปีต่อ ๆ ไป ถึงร้อยละ 97 และในสหรัฐฯ ในปี 2016 ร้อยละ73 ของพนักงานเก็บเงินคือผู้หญิง ที่มาภาพประกอบ: wikimedia.org นอกจากข้อถกเถียงที่ว่า ‘ระบบอัตโนมัติ’ จะสร้างหรือทำลายตำแหน่งงานของมนุษย์ ก็ยังมีคำถามสำคัญอีกอย่างคือคนกลุ่มใดที่จะได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) นี้มากที่สุด จากรายงานของสถาบันการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์เชิงพื้นที่ (ISEA) เมื่อเดือน มิ.ย. 2560 ระบุว่าความก้าวหน้าของระบบอัตโนมัตินอกจากจะทำให้แรงงานในสหรัฐฯ เสี่ยงต่อการสูญเสียงานกว่าล้านตำแหน่งแล้ว ก็ยังมีประเด็น ‘ความเหลื่อมล้ำทางเพศ’ แฝงอยู่ เพราะผู้หญิงเสี่ยงที่จะตกงานมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า ผู้หญิงในสหรัฐฯ ทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงที่ต้องสูญเสียงานให้กับระบบอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น งาน ‘แคชเชียร์’ หรือ ‘พนักงานเก็บเงิน’ มีการประเมินว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติในปีต่อ ๆ ไป ถึงร้อยละ 97 และในสหรัฐฯ... Read More

คำนำเสนอ ประวัติศาสตร์สังคมล้านนา: ความเคลื่อนไหวของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นของ อานันท์ กาญจนพันธุ์

Posted: 11 Oct 2017 05:44 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) วศิน  ปัญญาวุธตระกูล เขียน ชัยพงษ์  สำเนียง บรรณาธิการ  หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2527 เวลาล่วงมากว่า 30 ปี แต่แนวคิดและวิธีวิทยายังสามารถอธิบายสังคมภาคเหนือได้อย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางการศึกษาประวัติศาสตร์ที่มีข้อมูล และการเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายกว่าในอดีต แต่ทว่าการศึกษาประวัติศาสตร์สังคม วัฒนธรรมล้านนา (ภาคเหนือ) ยังมีปริมาณที่จำกัด ซึ่งเราอาจถือเอางานชิ้นนี้เป็นหมุดหมายของการศึกษา และการกลับมาพิมพ์ใหม่อีกครั้งอาจจุดประกายให้เกิดการศึกษาแนวทางนี้มากขึ้น นอกจากนี้ผู้เขียนในเพิ่มบทความใหม่อีกสี่ชิ้น เพื่อให้เกิดการอธิบายประวัติศาสตร์สังคมภาคเหนือให้กว้างและลึกกว่าเดิม แต่กระนั้น หนังสือเล่มนี้วางอยู่บนฐานของการใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา ที่มีความคิดและทฤษฎีบางอย่างอยู่เบื้องหลังการอธิบาย ซึ่งอาจไม่คุ้นเคยนักสำหรับประวัติศาสตร์บางสำนัก ทั้งที่ก็ผ่านมากว่า 30 ปี ปกหน้า หนังสือเล่มนี้มีสองส่วนที่อาจต่อกัน หรือไม่ต่อกัน แล้วแต่ว่าผู้อ่านแต่ละคนจะใช้แว่นชนิดใดในการมอง ในส่วนแรกงานชิ้นนี้ผู้ถึงตำนาน แล้วสร้างประวัติศาสตร์สังคมผ่านตำนาน อ.อานันท์ กาญจนพันธุ์ เสนอว่าตำนานไม่ใช้ข้อเท็จจริง หรือความจริง แต่คือ วิธีคิด การไปค้นหาความจริงจากตำนานเลยไม่สามารถหาได้ ซึ่งแตกต่างจากนักประวัติศาสตร์ที่อ่านตำนานเพื่อหาข้อเท็จจริง จึงเห็นว่าตำนานเป็นสิ่งที่หาแก่นสารไม่ได้  อ. อานันท์ เสนอว่า “เอกสารประเภทตำนานเหล่านี้แม้จะสร้างภาพอดีตของล้านนาให้อุดมไปด้วยรายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆ แต่เนื่องจากลักษณะของตำนานผสมผสานเอาเรื่องราวที่เป็นอภินิหารและความเชื่อในนิยายปรัมปราเข้าไว้มาก ทำให้ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับความเชื่อถือเท่าที่ควรในฐานะเป็นเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แท้ที่จริงนักประวัติศาสตร์ล้านนาในปัจจุบันอ่านตำนานเพียงเพื่อจะค้นเอารายละเอียดของเหตุการณ์โดยปราศจากความเข้าใจในความหมาย วัตถุประสงค์และลักษณะความคิดพื้นฐานที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นตำนาน... Read More

‘เทคโนโลยีรถยนต์สมัยใหม่’ อันตรายที่แฝงมากับความสะดวกสบายใกล้ตัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยชี้ว่า เทคโนโลยีใหม่ๆ ในรถยนต์อาจเป็นอันตรายเพราะทำให้เสียสมาธิ ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์พยายามเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านความปลอดภัยในรถยนต์ เช่น การเตือนเรื่องจุดบอด กล้องแสดงภาพขณะรถถอยหลัง และระบบเตือนภัยหากมีสิ่งใดกีดขวางหรือวิ่งตัดขณะถอยรถ แต่เทคโนโลยีด้านอื่นสำหรับเพิ่มความสะดวกสบายของผู้ขับขี่รถยนต์ เช่น ระบบจอสัมผัส การควบคุมด้วยเสียง และอุปกรณ์ที่ช่วยเชื่อมต่อกับ social media ในรถยนต์ อาจสร้างอันตรายขึ้นได้ โดยผลการศึกษาของสมาคมรถยนต์อเมริกันหรือ AA แสดงว่า การที่ผู้ขับรถละสายตาหรือละมือจากพวงมาลัยเพียงแค่สองวินาที จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เป็นสองเท่าตัว source;- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=166097254405718077 Read More

เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ช่วยวินิจฉัย ‘ดีซ่าน’ และ ‘มะเร็งตับอ่อน’

biliscreen ปัจจุบันวงการแพทย์กำลังหาวิธีพัฒนาแอพฯ สำหรับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่สามารถนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่โรคเบาหวานไปจนถึงโรคมะเร็ง “Biliscreen” คือชื่อของแอพฯ ใหม่ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ ด้วยการถ่ายรูปแบบเซลฟี่เฉพาะในส่วนที่เป็นดวงตา แล้วให้แอพฯ นี้ช่วยตรวจวัดระดับสารบิลิรูบินในดวงตานั้น ซึ่งอาจช่วยระบุถึงอาการของโรคดีซ่านหรือถุงน้ำดีอุดตัน ตลอดจนอาการป่วยที่อาจร้ายแรงกว่านั้นได้ คุณ Alex Mariakakis นักวิจัยจาก University of Washington กล่าวว่า สิ่งที่นักวิจัยให้ความสนใจ คือการพัฒนาแอพฯ นี้เพื่อการวินิจฉัยมะเร็งตับอ่อนตั้งแต่ระยะเริ่มตัน เนื่องจากปัจจุบันมะเร็งชนิดนี้มักจะตรวจพบเมื่อสายเกินไป ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ในระดับสูง ดร. Jim Taylor แห่ง University of Washington หนึ่งในคณะนักวิจัยชุดนี้ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับอ่อนมีโอกาสรอดชีวิตสูงหากสามารถตรวจพบโรคนี้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นคือสาเหตุที่แอพฯ Biliscreen จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อีกมากในอนาคต อย่างไรก็ตาม เวลานี้แอพฯ Biliscreen ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น คุณ Alex Mariakakis กล่าวว่า นักวิจัยกำลังพยายามเขียนโปรแกรมคำสั่งให้แอพฯ นี้ทำงานได้ตามลำดับขั้นตอนที่กำหนด เพื่อที่จะสามารถแยกแยะระดับสารบิลิรูบินว่ามีความเสี่ยงต่อโรคดีซ่านหรือโรคที่เกี่ยวกับตับอ่อนหรือไม่ อย่างไร เท่าที่ผ่านมา แอพฯ Biliscreen สามารถระบุระดับสารบิลลิรูบินของกลุ่มตัวอย่างได้อย่างแม่นยำราว 90% โดยในขั้นต่อไป นักวิจัยจะทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากขึ้นที่มีระดับสารบิลิรูบินต่างๆ กัน... Read More

เปิดตัวโครงการ ‘แปลงน้ำเค็มเป็นน้ำจืด’ ด้วยพลังงานเเสงอาทิตย์

นักวิจัยในสหรัฐฯ เร่งพัฒนาการผลิตน้ำจืดจากน้ำเค็มพลังงานเเสงอาทิตย์เพื่อลดต้นทุน คน 1 ใน 3 ทั่วโลกขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดและนักวิจัยเร่งหาทางผลิตน้ำจืดจากน้ำเค็มด้วยพลังงานเเสงอาทิตย์เพื่อลดต้นทุน ทีมนักวิจัยต่างกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีผลิตน้ำสะอาดที่ราคาถูกลง และประหยัดพลังงาน Amy Childress นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Southern California กล่าวว่า ในบางที่ ต้องผลิตน้ำสะอาดจากน้ำเค็มมากขึ้นกว่าในอดีต เพราะมีเกลือในเเหล่งน้ำธรรมชาติเพิ่มขึ้นกว่าที่เคยเป็น Eric Hoek ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอแห่งบริษัท Water Planet Inc กล่าวว่า นักวิจัยของบริษัทสามารถปรับเปลี่ยนน้ำเค็มหรือน้ำสกปรกให้กลายเป็นน้ำสะอาดได้ตามที่ต้องการ แต่ปัญหาหรือข้อจำกัดที่ยังประสบอยู่ในขณะนี้คือต้นทุนที่ยังสูงอยู่ และพลังงานที่ต้องใช้ในการผลิตทั้งกระบวนการ บรรดาโรงงานบำบัดน้ำ ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานหลัก แต่เเหล่งพลังงานราคาถูกกว่าคือแสงอาทิตย์ Hoek ซีอีโอแห่งบริษัท Water Planet Inc อธิบายว่า การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานเเสงอาทิตย์ถูกลงในช่วง 5 ถึง 10 ปีที่ผ่านมา และการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์เป็นเพียงสาเหตุเดียวที่ทำให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเเสงอาทิตย์ยังไม่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ เพราะระบบโซลาร์เซลล์ยังผลิตกระเเสไฟฟ้าได้ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น แต่จะหยุดผลิตไฟฟ้าเมื่อพระอาทิตย์ตกดินและตลอดช่วงเวลากลางคืน เขากล่าวว่า จำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบจัดเก็บพลังงานอย่างต่อเนื่องในรูปของเเบตเตอรี่ ที่จะเป็นตัวเก็บกักพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเเสงอาทิตย์ในช่วงกลางวันเข้าไว้ในระบบ เเละใช้เป็นเเหล่งพลังงานในตอนกลางคืน เเต่ในตอนนี้ราคาเเบตเตอรี่ยังสูงอยู่ ด้าน Qilin Li นักวิจัยเเห่งมหาวิทยาลัย Rice กำลังสร้างระบบผลิตน้ำจืดจากน้ำเค็มที่ใช้พลังงานเเสงอาทิตย์ ที่สามารถใช้งานได้กับการผลิตน้ำดื่มเพื่อหลายจุดประสงค์ ตั้งเเต่การผลิตน้ำดื่มสะอาดภายในครัวเรือน หรือสำหรับชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล... Read More

เปิดรับสัมผัสรอบด้าน กับ เทคโนโลยี ‘เสริมกลิ่น’

มิติใหม่ของเทคโนโลยีความจริงเสมือน หรือ VR เกิดขึ้นแล้ว ด้วยการพัฒนาต่อยอดของทีมนักวิทยาศาสตร์จาก University of Sussex ของอังกฤษ ที่นอกจากจะทำให้เราสัมผัสกับโลกเสมือนจริงได้ผ่านสายตาและเสียงแล้ว เรายังสามารถได้รับกลิ่นที่สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมที่เห็นบนโลกเสมือนจริงได้อีกด้วย Suzanne Fisher-Murray ผู้ทดสอบเทคโนโลยี VR ที่มี Smell Technology หรือเทคโนโลยีเสริมกลิ่น ได้ทดลองใช้แว่นตา VR ที่จำลองสถานการณ์ให้เปิดประตูเข้าไปพบกับภาพบรรยากาศของป่าเขตร้อน ก่อนจะพ่นสเปรย์กลิ่นที่เหมือนกับเราเดินเข้าไปในป่าเข้ามาประกอบสถานการณ์เสมือนจริงนี้ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ มากกว่าที่มองเห็นและได้ยินเสียงเสียอีก จริงๆแล้ว Smell Technology หรือ เทคโนโลยีมีกลิ่น ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะมีการพัฒนาภาพยนตร์ที่เรียกกันว่า Smell-o-Vision ในช่วงปีคริสตศักราช 1960 แต่ไม่ได้รับการสานต่อ จนกระทั่งปัจจุบัน แต่ตอนนี้ไม่เพียงแต่มีการนำ Smell Technology เข้าไปใช้กับเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทีมวิจัยยังนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในโปรแกรมจำลองการขับขี่ยานยนต์ด้วย Dmitrijs Dmitrenko หนึ่งในทีมพัฒนาจาก University of Sussex อธิบายการทำงานของ Smell Technology กับโปรแกรมขับรถว่า ทีมงานกำหนดคำสั่งให้ปล่อยกลิ่นลาเวนเดอร์ไปยังคนขับ ทุกครั้งที่ผู้ขับขี่เร่งความเร็วเกินมาตรฐาน เพราะเชื่อว่ากลิ่นลาเวนเดอร์เป็นกลิ่นที่สร้างความผ่อนคลายกับผู้ขับขี่ได้นั่นเอง ไม่เพียงแค่นั้น เทคโนโลยีนี้ยังสามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนได้ด้วย ผ่านระบบการเตือนด้วยกลิ่น และภาคธุรกิจก็ยังสามารถใช้เทคโนโลยีนี้ทำการตลาดและกระตุ้นพฤติกรรมการจับจ่ายของลูกค้าได้ Emanuela... Read More

3 ใน 4 ของเด็กทั่วโลกตกเป็น ‘เหยื่อของความรุนแรง’

child violence รายงานประจำปี Ending Violence in Childhood: Global Report 2017 ที่จัดทำขึ้นโดย Know Violence in Childhood องค์กรระหว่างประเทศที่เคลื่อนไหวเรื่องการใช้ความรุนแรงในเด็ก รวบรวมประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงกับเด็กหลายล้านคนทั่วโลกมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว รายงานเปิดเผยว่า การใช้ความรุนแรงในเด็กและเยาวชน ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในประเทศที่ยากจนเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาใหญ่ในระดับสากล ในรายงานชิ้นนี้ ระบุว่า เด็กและเยาวชน 1 พัน 7 ร้อยล้านคน หรือคิดเป็น 3 ใน 4 ของเด็กและเยาวชนทั่วโลก ตกเป็นเหยื่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงทุกๆ ปี นั่นรวมถึงการรังแกกลั่นแกล้ง การต่อสู้ การทารุณกรรม และความรุนแรงทางเพศ รวมทั้งการลงโทษทางร่างกายทั้งในบ้านและในสถานศึกษา นอกจากนี้ยังพบว่า ความรุนแรงในวัยเด็กมีความเชื่อมโยงกับการใช้ความรุนแรงในสตรีด้วย เพราะพบว่าเด็กหรือเยาวชนที่มีประสบการณ์หรือเคยพบเห็นผู้เป็นแม่ถูกทำร้ายเมื่อครั้งยังเด็ก มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเหยื่อ หรือกลายเป็นผู้ใช้ความรุนแรงเสียเองเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น รายงานฉบับนี้ยังจัดทำขึ้นมา เพื่อหากลยุทธ์ในการหยุดวังวนแห่งการใช้ความรุนแรงนี้ Rayma Subrahmania ผู้อำนวยการองค์กร Know Violence in Childhood บอกว่า การใช้ความรุนแรงเป็นพฤติกรรมที่ถูกหล่อหลอมมาจากค่านิยมและวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกมานาน ที่หลายประเทศยอมรับการทุบตีทำร้ายร่างกายเป็นการสร้างระเบียบวินัยให้ผู้คนในสังคม และยังพบว่าเด็กที่อยู่ในการสำรวจบางราย... Read More

เปิดเว็บ ‘บันทึก 6 ตุลา’ [doct6.com] จุดเริ่มต้นของการคืนความยุติธรรม

Posted: 28 Sep 2017 03:36 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) เปิดตัวเว็บไซต์ ‘บันทึก 6 ตุลา’ www.doct6.com ในฐานะแหล่งข้อมูลออนไลน์ ‘พวงทอง’ หวังไม่ถูกหลงลืมสูญหายและเป็นจุดเริ่มต้นของการคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อ พร้อมบทนำ 6 ตุลา โดย ‘อาจารย์ยิ้ม’ เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่อาคารอุทยานิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สโมสรนิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬา ร่วมกับ โครงการบันทึก 6 ตุลา จัดกิจกรรม เปิดตัวเว็บไซต์ “บันทึก 6 ตุลา” www.doct6.com ในฐานะแหล่งข้อมูลออนไลน์ (Online archives) ที่มุ่งเก็บรวบรวมรักษาและจัดระบบข้อมูลที่ยังกระจัดกระจายในที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อต่ออายุความสนใจและการค้นคว้าเกี่ยวกับ 6 ตุลาให้ไปอีกไกลในอนาคต เว็บไซต์ “บันทึก 6 ตุลา” www.doct6.com พวงทอง ภวัครพันธุ์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงที่มาของเว็บไซต์นี้ว่า เกิดจากงานสัมมนาเมื่อปีที่แล้วในหัวข้อ  “ความรู้และควาความไม่รู้ว่าด้วย 6 ตุลา 2519” ซึ่งค้นพบข้อจำกัดเกี่ยวกับตัวตนผู้เสียชีวิตและบุคคลสำคัญในเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็นใคร “เรายังไม่รู้อะไรอีกมากในเหตุการณ์ 6... Read More

‘ไมโครซอฟต์’ รุกตลาดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

The Microsoft logo is shown in Los Angeles, California, U.S., June 13, 2017. Dyson ประกาศแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าใน 3 ปี ‘ไมโครซอฟต์’ รุกตลาดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ บริษัทคอมพิวเตอร์ Microsoft มีกำหนดจะเปิดเผยผลิตภัณฑ์แรกในซอฟต์แวร์ชุดใหม่ของบริษัท ที่มีเป้าหมายแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIสำหรับภาคธุรกิจที่กำลังขยายตัว ซึ่งมี IBM เป็นผู้ครองตลาดด้วยระบบ AI ที่มีชื่อว่า Watson โปรแกรมผู้ช่วย AI ของ Microsoft จะใช้ชื่อว่า Dynamics 365 AI ประกอบด้วยระบบผู้ช่วยเสมือนจริงสำหรับบริการลูกค้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ผ่านระบบแนะนำอัตโนมัติ โดยทางผู้บริหารสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบผู้ช่วยนี้ได้ด้วย ตลาดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์คาดว่าจะขยายตัวจากระดับ 12,500 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ เป็น 46,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี ค.ศ. 2020 ตามรายงานของ International Data Corp. Dyson ประกาศแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าใน 3 ปี บริษัทผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่น Dyson ประกาศแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี... Read More

มาตรฐานกำกับดูแลวิดีโอลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ของ W3C ถูกวิจารณ์เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่

Posted: 25 Sep 2017 12:04 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) องค์กรเวิร์ลด์ไวด์เว็บคอนซอร์เทียม (W3C) ซึ่งเป็นองค์กรวางมาตรฐานเว็บไซต์ทางอินเทอร์เน็ตถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการลงมติของพวกเขาเมื่อไม่นานมานี้ ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อบรรษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง เน็ตฟลิกซ์, ไมโครซอฟต์ และกูเกิล องค์กร W3C มีการลงมติในเรื่อง Encrypted Media Extensions (EME) หรือมาตรฐานการถอดรหัสวิดีโอที่มีลิขสิทธิผ่านการเผยแพร่ทางเบราเซอร์ต่างๆ หนึ่งในผลที่จะเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดไม่โครซอฟต์ซิลเวอร์ไลท์หรือส่วนเสริมอโดบีแฟลชในการชมวิดีโอที่มีลิขสิทธิจากแหล่งอย่างเน็ตฟลิกซ์ มีการออกประกาศในเรื่องดังกล่าวนี้เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามมีผู้ต่อต้านจากกลุ่มคนที่รณรงค์เรื่อง “ความเป็นกลางทางเน็ต” (Net Neutrality) ซึ่งหมายถึงหลักการที่ว่าต้องมีการจัดการกับข้อมูลต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ ผู้ที่ต่อต้าน EME มองว่ามันจะทำให้อินเทอร์เน็ตปลอดภัยน้อยลง เปิดกว้างน้อยลง และทำให้คนที่มีปัญหาทางสายตาหรือการได้ยินเข้าถึงได้น้อยลง ขณะที่บรรษัทไอทีใหญ่ๆ อย่างเน็ตฟลิกซ์โต้แย้งว่ามันจะทำให้ปลอดภัยขึ้น เปิดกว้างขึ้นและเข้าถึงได้มากขึ้นต่างหาก แต่ก็มีปัญหาว่ามันจะมีการเก็บข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ได้ยากขึ้นด้วย ที่สำคัญคือมีผู้มองว่า EME จะกลายเป็นการสร้างประโยชน์ให้แต่กับกลุ่มทุนใหญ่ๆ เท่านั้น หนึ่งในผู้ที่ต่อต้าน EME คือกลุ่มปกป้องสิทธิทางอินเทอร์เน็ตอิเล็กโทรนิคฟรอนเทียร์ฟาวเดชัน (EFF) ที่ประกาศขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกร่วมของ W3C เพื่อประท้วงหลังมีการลงมติสนับสนุน EME องค์กร W3C เองมีสมาชิกอยู่ 463 ราย... Read More

งานวิจัยยืนยันออกกำลังกาย ‘วันละ 30 นาที’ ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ

(Photo by Flickr user Global Panorama via Creative Commons License) ผลการวิจัยจากตัวอย่างประชากรโลกกว่าหนึ่งแสนคน ระบุว่าผู้ที่ออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละครึ่งชั่วโมง มีความเสี่ยงลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจด้วย งานวิจัยนี้ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Lancet เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนจาก 17 ประเทศ จำนวน 1 แสน 3 หมื่นคน ทั้งที่มีฐานะดีและฐานะยากจน การออกกำลังกายของประชากรโลกที่หลากหลายนี้มีทั้งที่เป็นการไปเล่นฟิตเนส การเดินไปทำงานและการทำงานบ้าน เช่น ซักผ้าหรือทำสวน สรุปได้ว่าการขยับเขยื้อนร่างกายอย่างแข็งขันในรูปแบบต่างๆ ที่ว่ามา สามารถทำให้อายุยืน และลดการเป็นโรคได้ คุณหมอ Scott Lear ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจจากโรงพยาบาล St. Paul ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการศึกษานี้ กล่าวว่า ผลดีต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นหาก ออกกำลังกายมากขึ้น เขาบอกว่า แม้ออกกำลังมากกว่า 41 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็ไม่พบว่าผลดีต่อสุขภาพลดน้อยถอยลง ทั้งนี้โรคหัวใจเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเสียชีวิตของประชากรโลก และสร้างภาระทางเศรษฐกิจมหาศาลด้านการดูแลรักษา เมื่อปีที่แล้วมีคนเสียชีวิตจากโรคหัวใจทั่วโลก 9 ล้าน 4 แสน... Read More

วิจารณ์หนัก กรณีนำงานวิจัย AI สแกนว่าใครเป็นคนรักเพศเดียวกันจากการตรวจสอบใบหน้า

ที่มาภาพ: mashable.com Posted: 23 Sep 2017 05:08 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) จากกรณีที่นักวิจัยของวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตแห่งสแตนฟอร์ด ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์สแกนใบหน้าเพื่อจำแนกว่าใครเป็นคนรักเพศเดียวกันหรือไม่ ได้ก่อให้เกิดข้อถกเถียง ทั้งในประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวและประเด็นเรื่องอคติต่อเพศวิถี มีทั้งข้อวิจารณ์เรื่องการล่วงล้ำตัวบุคคลที่ไม่อยากเปิดเผยตัวตน หรือกังวลว่าถูกนำมาใช้โดยผู้ไม่ประสงค์ดี 23 ก.ย. 2560 เมื่อไม่นานมานี้มีการเผยแพร่เรื่องการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ตรวจใบหน้าบุคคลเพือระบุว่าคน ๆ นั้นเป็นคนรักเพศเดียวกันหรือไม่ เป็นผลงานของ มิคาล โคซินสกี และ ยี่ล่วน หวัง นักวิจัยจากวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างรูปภาพ 35,326 รูป จากกลุ่มตัวอย่าง 14,776 คน จากเว็บไซต์หาคู่เดทของอเมริกัน พวกเขาใช้ระบบเครือข่ายประสาทเทียมระดับลึก (deep neural networks) ร่วมกับเทคโนโลยีการตรวจสอบใบหน้า และปรับอัลกอริทึม (ลำดับวิธีการของข้อมูล) ให้ระบุถึงความแตกต่างของลักษณะบนใบหน้า พวกเขาระบุว่าระบบปัญญาประดิษฐ์ระบุได้ตรงเป็นส่วนใหญ่ว่าใครเป็นคนรักเพศเดียวกันใครเป็นคนรักต่างเพศเมื่อเทียบกับให้คนระบุ แต่ทว่างานวิจัยนี้ถูกมองว่ามีอคติทางเพศวิถี ขาดความรู้เรื่องเพศวิถิโดยมองอะไรแบบแค่เป็นคู่ตรงข้าม มีแต่ตัวแทนที่เป็นคนขาว และเข้าข่าย “วิทยาศาสตร์ขยะ” งานวิจัยไอทีที่สร้างความเข้าใจผิดเรื่องเพศวิถี มีการวิจารณ์ทั้งจากกลุ่มเพื่อสิทธิความเป็นส่วนตัวและกลุ่มที่รณรงค์เรื่องความหลากหลายทางเพศ LGBTQ โดยบอกว่าเป็นงานวิจัยที่ “อันตรายและมีข้อบกพร่อง” รวมถึงไม่มีตัวแทนที่หลากหลายมากพอ มีอคติทางเชื้อชาติ และมองสเปกตรัมของเพศวิถีแบบมีแค่สองคู่ตรงข้าม จิม ฮาลโลราน... Read More

มุมมองคนไทยใน Tampa หลังรอดพ้นเฮอร์ริเคนหวุดหวิด

Tampa เป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่เฮอร์ริเคน “เออร์มา” จะพัดถล่มรุนแรง แต่ทิศทางของพายุกลับเปลี่ยนทิศกะทันหัน ทั้งที่ได้เตรียมการรับมือขั้นสูงสุดเอาไว้ คุณประวิทย์ ศิลาวุฒิเศรษฐ คนไทยที่อาศัยอยู่ในเมือง Tampa มานานหลายสิบปี ก็รู้สึกเช่นนั้น หลังจากพายุเปลี่ยนทิศทางในนาทีสุดท้าย และสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อยต่อบ้านเรือนและธุรกิจของเขา เช่นเดียวกับคุณนิรมล มหาเปารยะ ผู้จัดการวัดมงคลรัตนาราม เมืองแทมป้า บอกว่า เธอและอาสาสมัครนับร้อยชีวิต ช่วยกันเตรียมการป้องกันพายุไปทั่วบริเวณวัดมาร่วมสัปดาห์ก่อนพายุจะเข้า แต่พอกลับมาก็พบว่าที่วัด รวมทั้งบ้านเรือนของอาสาสมัครและคนไทยในพื้นที่ใกล้เคียงที่พวกเขาติดต่อกันได้นั้น ไม่มีความเสียหายร้ายแรงใดๆ ที่ต้องกังวล source ;- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=166096156504710273 Read More

ร่วมทดสอบอาการซึมเศร้า ด้วยการค้นหาคำว่า “depression” ใน “กูเกิ้ล”

Google Depression Questionnaire โครงการนี้ต้องการสร้างการตระหนักรู้ถึงโรคซึมเศร้า และสร้างจุดเริ่มต้นของการเข้าถึงวิธีบำบัดโรคนี้ ความเครียด ความไม่สบายใจ และความเหงา อาจบั่นทอนจิตใจจนอาจให้คนเป็นโรคซึมเศร้าได้ แต่คนจำนวนไม่มากที่ทราบแน่ชัดว่าความไม่สบายใจของตนเข้าขั้นเป็นโรคนี้ตามคำจำกัดความทางการแพทย์ บริษัท Google ร่วมมือกับองค์กรด้านสุขภาพจิต National Alliance for Mental Illness หรือ NAMI ในการเสนอแบบสอบถามที่ทดสอบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ เมื่อผู้ใช้พิมพ์คำว่า “depression” ซึ่งแปลว่าโรคซึมเศร้า ในการค้นหาผ่านระบบของ Google NAMI ระบุว่า โรคซึมเศร้าตามคำจำกัดความของแพทย์ เป็นอาการที่พบบ่อยในประชากรอเมริกัน โดยหนึ่งในห้าของผู้คนในสหรัฐฯ ประสบกับภาวะดังกล่าวในช่วงชีวิตอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งของผู้เป็นโรคซึมเศร้าที่ได้รับการบำบัด แบบสอบถามที่ปรากฏบนผลการเสิร์ชในระบบ Google ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นแบบทดสอบสั้นๆ และช่วยให้ผู้ป่วยทราบว่าตนเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ผู้จัดทำเรียกแบบสอบถามสุขภาพจิตนี้ว่า Patient Health Questionnaire-9 หรือ PHQ-9 ซึ่งนำบางส่วนของคำถามที่นักจิตวิทยาใช้ทดสอบสภาพจิตคนไข้ที่มาพบแพทย์ ผนวกอยู่ในชุดทดสอบออนไลน์นี้ ดังนั้นอาจเรียกได้ว่า แบบสอบถาม PHQ-9 สามารถถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของผู้ที่ต้องการรับการบำบัด หน่วยงาน NAMI ที่ร่วมมือกับ Google ในครั้งนี้ กล่าวว่า โครงการนี้น่าจะทำให้คนเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น และจะทำให้คนตระหนักถึงโรคซึมเศร้าและหาทางรักษาเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้ เมื่อทำแบบสอบถามออนไลน์เสร็จเรียบร้อย ผู้ตอบแบบสอบถามจะเห็นลำดับขั้นจาก... Read More

’50 ปี ATM’ ก้าวต่อไปบนความท้าทายในสังคม “ไร้เงินสด”

50 ปี ที่ตู้ ATM หรือ Automated Teller Machine ถือกำเนิดขึ้นบนโลกที่ประเทศอังกฤษ เปรียบเหมือนอายุของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่รู้ว่าตู้เอทีเอ็ม จะต้องเข้าสู่วัยเกษียณอายุในเร็ววันนี้หรือไม่ จากการก้าวเข้ามาของสังคมไร้เงินสด ATM หรือ Automated Teller Machine ถือกำเนิดขึ้นโดย John Shepherd-Barron เมื่อปี 2510 ที่ธนาคาร Barclays นำไปติดตั้งชานกรุงลอนดอน โดยนำแนวคิดของตู้กดขนม หรือ vending machine มาปรับใช้ และเรียกกันว่า Hole in the Wall โดยในช่วงแรกบัตร ATM จะเป็นแผ่นกระดาษที่มีแถบแม่เหล็ก ซึ่งต้องกดรหัสผ่าน 4 ตัวเพื่อให้ถอนเงินได้ครั้งละ 10 ปอนด์เท่านั้น ข้อมูลจาก ATM Industry Association ระบุว่า ปัจจุบันเฉพาะสหรัฐฯ มีตู้ ATM 3 ล้านตู้ และส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นของธนาคาร แต่จะมีของภาคเอกชน ที่ไปตั้งตู้กดเงินสดในร้านค้าและธุรกิจของตัวเอง เพื่อให้ได้ค่าธรรมเนียมในการถอนเงิน ขณะนี้ธนบัตร 20... Read More

‘เรือไร้คนขับ’ ใกล้ออกสู่ตลาด คาดแซงหน้ารถยนต์แบบควบคุมตัวเองอัตโนมัติ

‘เรือไร้คนขับ’ ใกล้ออกสู่ตลาด คาดแซงหน้ารถยนต์แบบควบคุมตัวเองอัตโนมัติ ในขณะที่บริษัทรถยนต์ต่างๆ กำลังเร่งพัฒนารถยนต์แบบไร้คนขับออกวิ่งบนถนนจริงอยู่นั้น ดูเหมือนเราอาจได้เห็นยานพาหนะแบบควบคุมตัวเองอัตโนมัติอีกอย่างหนึ่งออกมาโลดแล่นก่อนก็เป็นได้ นั่นก็คือ “เรือแบบไร้คนขับ” นั่นเอง ที่ท่าเรือ Boston Harbor ในนครบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ เริ่มมีการนำเรือแบบควบคุมตัวเองมาทดลองใช้รับผู้โดยสารข้ามฟากแล้ว โดยในช่วงนี้จะมีผู้ควบคุมเรือดังกล่าวโดยสารไปด้วยเพื่อทำหน้าที่เวลาเกิดกรณีฉุกเฉิน แต่คาดว่าอีกไม่นานเรือลำนี้จะสามารถแล่นข้ามฟากรับผู้โดยสารได้ด้วยตัวเอง คุณไมเคิ่ล จอห์นสัน แห่งบริษัท Sea Machine Robotics ผู้ผลิตเรือแบบควบคุมตัวเองอัตโนมัติ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมของแม่น้ำ ทะเล หรือทะเลสาบต่างๆ เอื้ออำนวยต่อการใช้เทคโนโลยีแบบอัตโนมัตินี้มากกว่าท้องถนน เพราะนอกจากจะมีพื้นที่กว้างใหญ่แล้ว เรือทั่วไปยังแล่นด้วยความเร็วต่ำกว่ารถยนต์ นอกจากนี้ยังไม่มีผู้คนมาคอยวิ่งหรือเดินตัดหน้าเรือด้วย ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการทดสอบเรือแบบไร้คนขับนั้นมีครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องส่งเรดาร์ เซนเซอร์ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ผู้คอยดูแลตรวจสอบจากระยะไกลบนชายฝั่ง ซึ่งสามารถเข้าควบคุมการทำงานได้ทันทีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน นั่นหมายความว่า มีโอกาสสูงที่เราอาจได้ใช้บริการ Driverless Boat ก่อน Driverless Car ในระยะเวลาอันใกล้นี้ก็เป็นได้   source ;- http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=166096155401319874 Read More

เครือข่ายหนุนแบนสารพิษอันตรายร้ายแรงร้องรัฐ ยกเลิกสารพาราควอต-คลอร์ไพรีฟอส

Posted: 18 Sep 2017 10:52 PM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) เครือข่ายหนุนแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงชุมนุมที่หน้าทำเนียบฯ และ ดาวกระจายหน้าศาลากลางกว่า 50 จังหวัด ร้องยุติต่อทะเบียน-ยกเลิกพาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ตามข้อเสนของสาธารณสุขที่พบว่ามีความเสี่ยงสูงก่อผลกระทบต่อสุขภาพ 19 ก.ย. 2560 รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(19 .ย.60) เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช สภาเกษตรกรแห่งชาติ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก-เกษตรอินทรีย์เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายสมัชชาสุขภาพ เครือข่ายองค์กรชุมชน และกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฯลฯ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเรียกร้องให้มีการเพิกถอนและยุติการต่อทะเบียนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 2 ชนิด คือสารเคมีกำจัดวัชพืชพาราควอต สารเคมีกำจัดแมลงคลอร์ไพริฟอส พร้อมทั้งให้มีการควบคุมสารกำจัดวัชพืชไกลโฟเซตอย่างเข้มงวดมิให้มีการนำมาใช้ในเขตต้นน้ำ แหล่งน้ำ และใกล้ที่อยู่อาศัย รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ยังมีการเคลื่อนไหวขององค์กรเครือข่ายต่างๆ เพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ มากกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศด้วย ภาวิณี วัตถุสินธุ ตัวแทนจากเครือข่ายฯ ได้แถลงข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการดำเนินการ 4 ข้อ เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ครั้งที่ 4/2560 ที่มี ปิยะสกล... Read More