Search

‘ข้าหลวงใหญ่ยูเอ็น’ ระบุการโจมตีชาวโรฮิงจะในเมียนมา อาจเข้าข่าย ‘สังหารล้างเผ่าพันธุ์’ !!

FILE – A Rohingya Muslim woman, who crossed over from Myanmar into Bangladesh, holds her sick daughter and some medicine and walks back toward her shelter in Thaingkhali refugee camp, Bangladesh, Oct. 21, 2017. ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวประณามการโจมตีและการปฏิบัติต่อชาวมุสลิมโรฮิงจะในรัฐยะไข่ของเมียนมา และระบุว่าอาจเข้าข่ายการสังหารล้างเผ่าพันธุ์ นายซีอิด ราอัด อัล ฮุสเซ็น (Zeid Ra’ad al Hussein) ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กล่าวต่อสภาสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติในวันจันทร์ว่า มีรายงานที่มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่า เกิดการโจมตีครั้งใหญ่อย่างเฉพาะเจาะจงต่อชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ของเมียนมา เมื่อเดือนสิงหาคม จนนำไปสู่การอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวโรฮิงจะกว่า 620,000 คนไปยังชายแดนบังกลาเทศ ถือเป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรมุสลิมโรฮิงจะในรัฐยะไข่ ที่ผ่านมา ทางการเมียนมาไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่องค์การต่างชาติเดินทางเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบตัวเลขที่แท้จริงของผู้ที่ถูกทำร้าย จับกุม สูญหาย หรือเสียชีวิต... Read More

‘ดาวเทียม 5P’ วัดมลพิษทางอากาศเพื่อช่วยเตือนคนบนโลก

องค์การสำรวจอวกาศแห่งยุโรป ส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ สองชั่วโมงหลังจากถูกส่งขึ้นไปในวงโคจรของโลกจากฐานยิงจรวดแห่งหนึ่งของรัสเซีย ดาวเทียม Sentinel 5 Precursor หรือเรียกสั้นๆ ว่า 5P ได้ติดต่อกลับไปยังสถานีภาคพื้นดินของดาวเทียมดวงนี้ในสวีเดนกับเเคนาดา ดาวเทียมดวงนี้สร้างขึ้นจากความร่วมมือระหว่างองค์การสำรวจอวกาศแห่งยุโรป ESA กับ บริษัท Airbus Defense and Space ดาวเทียมดวงนี้เป็นหนึ่งในดาวเทียมหลายดวงของโครงการเฝ้าสังเกตุโลกของ ESA ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “Copernicus” หน้าที่หนึ่งในสามอย่างของดาวเทียมดวงนี้ คือการเฝ้าวัดมลพิษทางอากาศที่สูงเกินระดับ การวัดความเสียหายที่เกิดกับชั้นโอโซน เเละการชักจูงใจคนที่ไม่เชื่อว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลก Ralph Cordy แห่งบริษัท Airbus Defense And Space กล่าวว่า โครงการนี้ต้องการศึกษาว่าเเก๊สเรือนกระจกซึ่งเป็นสารมลพิษ มีเเหล่งกำเนิดมาจากที่ใดบ้าง? มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมนุษย์อย่างไร? เเละยังศึกษามลพิษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เขากล่าวว่ามีความกังวลเกี่ยวกับเเก๊สหลายตัว เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ และแก๊สมีเทน เพราะเเก๊สเหล่านี้มีผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศโลก เเละเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ของคนเราบนโลก อุปกรณ์หลักบนดาวเทียมดวงใหม่นี้เรียกว่า Tropomi เป็นกล้องถ่ายภาพที่มีความก้าวหน้ามาก สามารถวัดการเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศโลกด้วยการเทียบเเสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากชั้นบรรยากาศโลก กับเเสงที่มาจากดวงอาทิตย์โดยตรง และกล้องถ่ายภาพตัวนี้มีความคมชัดของภาพสูงขึ้นกว่าในอดีต Thomas Trautmann แห่งสำนักงานสำรวจอวกาศเยอรมนี กล่าวว่า ความละเอียดของภาพที่สูงมาก จะช่วยให้ทีมงานสามารถศึกษาวิเคราะห์มลพิษขนาดเล็กเหนือเมืองใหญ่ๆ และกลุ่มเมืองต่างๆ... Read More

การซ่อม หรือ ธำรงวินัย

Posted: 27 Nov 2017 09:52 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ปัญญวัฒน์ เถกิงเกียรติ ที่หลายคนบอกว่า ต่างชาติทุกประเทศเขาก็ทำกัน จริงๆ แล้วเท่าที่ผมประสบมา จากโรงเรียนนายร้อยประเทศ อังกฤษ และ ออสเตรเลีย ไม่มีระบบการซ่อมแบบนี้ ผมเรียนจบCommisioning Course จากที่โรงเรียนนายร้อยอังกฤษ และเคยไปกินนอนในโรงเรียนนายร้อยออสเตรเลียหลายสัปดาห์ รวมทั้งสมัยเป็นนักเรียนนายร้อย รร.จปร. ผมเป็นนักเรียนที่คอยต้อนรับดูแลนักเรียนต่างชาติที่มาดูงานที่ประเทศไทย ได้คลุกคลีกับนักเรียนนายร้อย สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และ เกาหลีใต้ ชาติละเป็นสัปดาห์ เป็นอย่างน้อย ซึ่งไม่เคยทราบว่าชาติไหนมีระบบการซ่อม หรือ ธำรงวินัย หนักๆ แบบประเทศไทยเลย จะมีบ้างก็ไม่ออกนอกกรอบระเบียบที่กำหนดไว้ว่าจะซ่อมด้วยท่าทางอะไรได้บ้าง มีความหนักแค่ไหนจำนวนครั้งเท่าไหร่ และผู้ที่สั่งซ่อมก็จะทำไปด้วยกับผู้ที่ถูกซ่อมทุกครั้ง(ระบบอเมริกัน) จากประสบการณ์เอง ผมขอยกตัวอย่างจากโรงเรียนนายร้อยประเทศอังกฤษ ซึ่งไม่มีระบบการซ่อมการลงโทษด้วยการธำรงวินัย แต่ทางโรงเรียนนั้นจะมีกฏมีระเบียบปฏิบัติและมีมาตราฐานที่นักเรียนทุกๆ คนจะต้องมีวินัยและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้รวมถึงความสามารถในการศึกษาวิชาการด้วย จะมีการสอบการวัดมาตราฐานอยู่บ่อยครั้ง ในโรงเรียนจะแบ่งเป็นหมวดเป็นกองร้อยและทุกๆ หมวดซึ่งมีจำนวนนักเรียนประมาณ20คน จะมีนายทหาร1ท่านและมีนายทหารประทวนอีก1นายคอยกำกับดูแลตลอด24ชั่วโมง จะมีการประเมินความสามารถ ทั้งด้านความเป็นผู้นำ ทางด้านความรู้ และทางด้านสมรรถภาพร่างกาย อยู่ตลอดเวลา นักเรียนคนใดที่ไม่ได้ตามมาตราฐาน หรือไม่มีความเป็นผู้นำที่ดีพอ จะถูกเรียกพบตักเตือน... Read More

นิธิ เอียวศรีวงศ์: หยุดเผาวรรณคดีไทยเสียที

Posted: 23 Nov 2017 08:54 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) นิธิ เอียวศรีวงศ์ หากนางผีเสื้อสมุทรคือ “อดีต” เราทุกคนต่างหนีนางผีเสื้อสมุทรของเรา เพื่อเอาชีวิตรอดเหมือนกันทั้งสิ้น นางผีเสื้อฯ ในพระอภัยมณีนั้นเป็นตัวละครประหลาดนะครับ คือไม่มีที่มาที่ไป นางเงือกยังมีพ่อแม่เป็นตัวเป็นตน ซึ่งได้ช่วยให้พระอภัยและสินสมุทรหนีนางผีเสื้อในระยะแรก แต่นางผีเสื้อไม่มีพ่อมีแม่ หลังจากสิ้นชีวิตแล้ว ก็ไม่มีผีเสื้อตัวอื่นโผล่เข้ามาในท้องเรื่องอีกเลย นางเป็นตัวเดียวหรือคนเดียวในสปีชีส์ของนาง เกิดขึ้นหรือมีขึ้นเพื่อพระอภัย และเป็นของพระอภัยคนเดียวโดยแท้ นางผีเสื้อจึงเป็นอดีตของพระอภัยเพียงคนเดียว และไม่มีใครขจัดเธอออกไปได้นอกจากตัวพระอภัยเอง วิธีขจัดนางผีเสื้อของพระอภัยก็น่าสนใจ เพราะใช้การเป่าปี่จนเธอสิ้นชีวิตลง วิธีที่เราขจัดอดีตอันบาดใจของเรา ก็ใช้วิธีเดียวกันคือเป่าปี่ หรือฟังคนอื่นเป่าปี่ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หันไปหาสิ่งสวยงามที่จรุงใจให้ลืมอดีตลงได้ อย่างน้อยก็ชั่วคราว ปี่ของบางคนอาจเป็นศิลปะ บางคนอาจเป็นการทำงานหามรุ่งหามค่ำ บางคนอาจเป็นการสร้างชื่อเสียง บางคนอาจเป็นนางเงือกสาว นางสุวรรณมาลีและนางละเวง และด้วยเหตุดังนั้น จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ปี่ของพระอภัยทำให้นางผีเสื้อตายลงจริงหรือ หากตายจริงเหตุใดพระอภัยจึงยังต้องหนีนางผีเสื้อต่อไปเกือบตลอดชีวิต ถึงไม่ได้หนีด้วยการว่ายน้ำ แต่ก็หนีด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งน่ากลัวพอๆ กัน คือเข้าทำสงครามนองเลือดกับรัฐโน้นรัฐนี้อย่างไม่หยุดหย่อน หรือต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อไปให้ถึง “เกาะแก้วพิสดาร” อันเป็นดินแดนที่พระอภัยเข้าใจว่าปลอดภัยจากนางผีเสื้อ อย่างจะหาความสงบในชีวิตสักชั่วขณะก็ไม่ได้เลย “เกาะแก้วพิสดาร” ที่ไปได้ถึง อาจเป็นสถานที่ซึ่งนางผีเสื้อไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปทำอันตรายได้ แต่นางก็ยืนสกัดอยู่ไม่ไกลในทะเล มองเห็นเงาทะมึนเบื้องหน้า แม้เสียงถอนใจคร่ำครวญยังได้ยิน และความคั่งแค้นน้อยใจก็สัมผัสได้จากสายลม... Read More

ใบตองแห้ง: รถคันนี้มีสิทธิมนุษยชน

Posted: 23 Nov 2017 09:05 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ใบตองแห้ง คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ ร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นับเป็นข่าวใหญ่ที่ชาวโลกแตกตื่น รัฐประหารอัตลักษณ์ไทย จะฉีกหน้า UN แอมเนสตี้ ฮิวแมนไรต์วอทช์ ฯลฯ ให้ได้อาย ถึงไม่มาจากเลือกตั้ง ก็เสริมสร้างสิทธิมนุษยชนได้ อ้าว ไม่เห็นหรือ ไผ่ ดาวดิน ก็ได้รางวัลสิทธิมนุษยชนกวางจู ในรัฐบาลนี้นี่เอง ฝรั่งไม่เข้าใจ สิทธิมนุษยชนไทยไปกันได้กับ ม.44 ทหารเชิญชาวสวนยางไปปรับทัศนคติฉันพี่น้อง ไม่เคยใช้กำลังซ้อมทรมานใคร ส่วนที่ “ซ่อม” กันภายใน เขาเรียกว่า “ธำรงวินัย” เหมือนน้ำท่วมให้เรียกว่าน้ำรอระบาย รัฐประหาร คสช.ไม่เหมือนใครในโลก เพราะเคารพกฎหมาย ไม่ได้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ เพียงแต่ใช้ ม.44 ออกคำสั่งเป็นกฎหมาย แล้วบอกให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ใครฝ่าฝืนก็จับกุมดำเนินคดี ตามกระบวนการยุติธรรม โดยมีศาลเป็น ผู้ตัดสิน ไม่ใช่ลุงตู่ไปสั่งยิงเป้าใคร ลุงตู่เป็นผู้นำที่ใจกว้าง ยอมรับความเห็นต่าง ไม่เห็นหรือ ท่านไปสัตหีบก็ถาม ใครไม่ชอบยกมือขึ้น... Read More

ปลุกกระแสวันยุติความรุนแรงต่อสตรี ชูแคมเปญ “บ้านไม่ใช่เวทีมวย ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง”

Posted: 23 Nov 2017 09:10 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ชี้ปมลึก มาจากอำนาจชายเป็นใหญ่ น้ำเมาตัวกระตุ้นสำคัญ ถึงเวลาจริงจังปรับทัศนคติเท่าเทียม หยุดอำนาจเหนือกว่า พร้อมปลุกกระแสวันยุติความรุนแรงต่อสตรี ชูแคมเปญ “บ้านไม่ใช่เวทีมวย…ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง” หยุดทำร้ายร่างกาย  การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ  23 พ.ย.2560 รายงานข่าวแจ้งว่า มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล จับมือ บริษัท เจ.วอลเตอร์ธอมสัน ประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ออกแคมเปญรณรงค์ ภายใต้แนวคิด “บ้านไม่ใช่เวทีมวย…ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง”เพื่อรณรงค์เนื่องในโอกาส 25 พฤศจิกายนเป็นวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากลภายในงานมีการเดินรณรงค์จากสวนสันติภาพ มายังเกาะพญาไท การแสดงละครสั้นชุด“แขวนนวม”พร้อมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์  ทั้งนี้มีกลุ่มเยาวชน นักเรียน นักศึกษา จากหลากหลายสถาบัน และส่วนราชการกว่า 150 คน เข้าร่วม ณ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงยังเป็นปัญหาที่น่าห่วงอยู่มาก สะท้อนจากการเก็บข้อมูลปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปี 2559 โดยรวบรวมข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ 13 ฉบับ ได้แก่ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึก มติชน แนวหน้า ไทยโพสต์ กรุงเทพธุรกิจ บ้านเมือง สยามรัฐ พิมพ์ไทย ผู้จัดการรายวัน... Read More

เผย อำนาจซ้อนทับ-อุปสรรคในการเรียกร้องความเป็นธรรมของเหยื่อชายขอบที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

Posted: 24 Nov 2017 01:41 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ตัวแทนชนเผ่าพื้นเมือง, คนข้ามเพศ และคนพิการ ร่วมแลกเปลี่ยนว่าอะไรเป็นมายาคติในสังคมไทยที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียกร้องความเป็นธรรมกรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ชี้ นอกจากการยุติความรุนแรงแล้วยังต้องต่อสู้กับ “การอ้างความชอบธรรม” ในการใช้ความรุนแรงต่อสตรีด้วย เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2560 มีงาน “การประชุมและรณรงค์วันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงสากล” จัดโดย เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อความเท่าเทียมระหว่างเพศ (CSOs for Gender Equality) ภาควิชาสตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มช. กลุ่มสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน มูลนิธิเอ็มพลัส แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล อเมริกันคอร์เนอร์เชียงใหม่ และสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ ในการประชุมดังกล่าวมีงานเสวนาในประเด็นเรื่องความรุนแรงทางเพศ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการคุกคามและการล่วงละเมิดทางเพศ มีผู้สนใจเข้าร่วมราว 100 คน โดยมีตัวแทนมาจากหลายองค์กรรวมถึงนักศึกษา กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ปาฐกถา “ต้องต่อสู้กับการอ้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรงด้วย” เจนนิเฟอร์ ฮาร์ไฮ กงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่ พูดถึงการยุติความรุนแรงทางเพศ เจนนิเฟอร์ ฮาร์ไฮ กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เปิดงานด้วยการกล่าวปาฐกถาพิเศษ... Read More

ส่องกระแสนักกิจกรรมหญิงคนรุ่นใหม่ในกัมพูชากับภารกิจเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกเพศ

Posted: 24 Nov 2017 08:45 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) เนื่องในสัปดาห์รณรงค์ต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพลังของนักกิจกรรมหญิงในกัมพูชาที่มุ่งสั่นคลอนระบอบชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงเหล่านี้เคลื่อนไหวทั้งในประเด็นสิ่งแวดล้อม สิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ สิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ และการเสริมพลังให้ผู้หญิง โดยมีผู้นำสตรีเหล่านี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่พยายามแผ้วถางไปสู่ทางใหม่ 24 พ.ย. 2560 สื่อเซาธ์อีสต์เอเชียโกลบระบุว่า ในกัมพูชามีปัญหาการไล่ที่ประชาชนทำให้เกิดชนชั้นล่างผู้ไร้ทรัพย์สมบัติ ความขัดแย้งเรื่องที่ดินที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายแสนคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจนเพื่อเซ่นสังเวยผลประโยชน์ของกลุ่มบรรษัท อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้ส่งผลบางอย่างที่ไม่ได้คาดหมายเอาไว้คือมันกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดกระแสนักกิจกรรมหญิงชาวกัมพูชารุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้น กลุ่มผู้หญิงจากทะเลสาบบึงกอกเดินทางไปประท้วงบนท้องถนนของกรุงพนมเปญหลายครั้ง ถูกจับกุมหลายครั้ง และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะผู้ประท้วงโครงการถมทะเลสาบและยึดที่ดินของคนในท้องถิ่น เรื่องนี้มีการนำเสนอออกไปทั่วโลก พวกเธอไม่ได้โดดเดี่ยว เนื่องจากในกัมพูชากลุ่มผู้หญิงจะเป็นหัวหอกในการประท้วงเพื่อสิทธิที่ดินทำกิน บางส่วนก็ได้เข้าไปมีส่วนในวงการเมืองด้วย จักร โซเพียบ ผู้อำนวยการบริหารศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CCHR) เคยกล่าวไว้ว่าในกัมพูชามีความเชื่อฝังหัวทางวัฒนธรรมที่ว่าผู้หญิงต้องเป็นคนทำหน้าที่ดูแลและเป็นแม่บ้าน นั่นทำให้เวลาเกิดความขัดแย้งเรื่องที่ดินทำกินมันส่งผลกระทบต่อผู้หญิงกัมพูชาอย่างหนัก ด้วยเหตุนี้เองจึงกลายเป็นแรงจูงใจให้พวกเธอเป็นตัวแทนดำเนินกิจกรรมแทนชุมชนของพวกเธอ มีการยกตัวอย่างกรณีของลิม คิมซอร์ ผู้ใช้นามว่ากิกิ ในปี 2552 ชุมชนเธอในกรุงพนมเปญถูกไล่ที่ แม้ว่าครอบครัวเธอจะได้รับค่าชดเชยพอสมควร แต่พ่อของเธอก็บอกว่าไม่อยากทิ้งชุมชนไว้เบื้องหลังจึงคงอยู่และพยายามปกป้องเพื่อทุกคนในชุมชน การแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวนี้เป็นแรงบันดาลใจให้คิมซอร์กลายเป็นนักกิจกรรมที่เรียกร้องความเป็นธรรมในองค์กรเครือข่ายสิ่งแวดล้อมที่ชื่อ ‘มาเธอร์เนเจอร์’ ถึงแม้ว่ากลุ่มนี้จะสลายตัวไปหลังจากถูกรัฐบาลกดดันเมื่อไม่นานมานี้ แต่อดีตสมาชิกก็จะทำกิจกรรมต่อไปในลักษณะแนวร่วมแบบไม่เป็นทางการ คิมซอร์มักจะเดินทางไปเยี่ยมผู้คนตามหมู่บ้านที่ห่างไกล เธอเล่าว่าเธอต้องเผชิญกับการข่มขู่คุกคาม ถูกทำร้ายร่างกาย และมีอยู่ครั้งหนึ่งก็ถูกจับขัง 17 ชั่วโมง ผู้ที่เข้ามาคุกคามเธอคือกลุ่มตำรวจนอกเครื่องแบบหรือยาม ในกัมพูชา ผู้หญิงจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้และถูกผลักให้ไปเป็นแม่บ้านตามประเพณี ทำให้คิมซอร์รู้สึกอยากเป็นคนนำทางให้ผู้หญิงหลุดพ้นไปจากวงจรความคาดหวังในบทบาททางเพศและมีชีวิตที่อิสระ เธอเชื่อว่านี่คือวิธีการที่ทรงพลังในการช่วยกันโอบอุ้มกันและกัน... Read More

‘ราโชมอน’ ความจริงที่ต่างกันของกองทัพ หมอ และครอบครัว กรณี นตท.เสียชีวิต

Posted: 22 Nov 2017 09:13 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) รวมข้อเท็จจริง คำพูด การให้สัมภาษณ์ของบุคคลต่างๆ กรณีการเสียชีวิตและอวัยวะที่หายไปของนักเรียนเตรียมทหาร พบหลายคนพูดไม่ตรงกัน ตอนแรกบอกไม่ได้เอาอวัยวะไปทั้งหมด ตอนหลังบอกเอาไปทั้งหมดแต่ติดต่อญาติไม่ได้ รองนายกฯ เชื่อเสียชีวิตเพราะป่วย เป็นฮีทสโตรก ผบ.รร.ตท.แจงเด็กไม่เป็นฮีทสโตรก ครอบครัวยันลูกสอบพละได้ 944/1,000 ‘เมย ภคพงศ์ ตัญกาญจน์’ เด็กหนุ่มอายุ 18 ปี เป็นหนึ่งในจำนวนเด็กหนุ่มหลายหมื่นคนที่มีความฝันคือการได้เป็น ‘รั้วของชาติ’ เขาสมัครสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารทั้งหมด 3 ครั้ง จนประสบความสำเร็จสอบผ่านและได้เข้าเรียนในปีการศึกษา 2560 แต่หลังจากเข้าเรียนได้ไม่ถึงปี ขณะที่ความฝันกำลังก่อตัว เมย เสียชีวิตอย่างกะทันหัน 17 ตุลาคม 2560 ช่วงเวลาประมาณ 16.00 – 17.00 น ครอบครัวของเมยได้รับโทรศัพท์จากโรงเรียนเตรียมทหาร ให้รีบไปพบลูกชายที่โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ แต่เมื่อไปถึง สิ่งที่ครอบครัวพบคือ ร่างที่ไร้วิญญาณของลูกชาย จากนั้นทางโรงเรียนได้บอกกับครอบครัวว่าจะนำศพของเมยไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยในเวลาต่อมาแพทย์ระบุในใบมรณบัตรว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจาก “ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน” แต่สิ่งที่ครอบครัวยังคงสงสัยคือ “ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน” เกิดขึ้นได้อย่างไร หลังจากการซันสูตรในเบื้องต้นเสร็จสิ้นครอบครัวของเมยได้นำศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา โดยก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากโรงเรียนฯ... Read More

ชี้ กม.ชันสูตรมีช่องโหว่ แนวปฏิบัติไม่ชัด ทำแพทย์ไม่ต้องแจ้งญาติหากเก็บอวัยวะไว้

Posted: 23 Nov 2017 02:14 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) สาวตรี สุขศรี อาจารย์นิติศาสตร์ ระบุกฎหมายไทยมีช่องโหว่เอื้อให้แพทย์เก็บอวัยวะของศพไว้ได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ญาติทราบ พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีน้องเมย เมื่อมีใบมรณบัตรระบุสาเหตุการตายแล้ว ทำไมจึงมีการเก็บอวัยวะไปชันสูตรอีกโดยไม่แจ้งให้ญาติทราบ ด้านผู้ทรงคุณวุฒินิติเวชฯ ระบุตามหลักปฏิบัติต้องแจ้งให้ญาติทราบก่อนหากมีการเก็บอวัยวะไปพิสูจน์ ดูจะเป็นคำถามที่ยังคงค้างคาใจสำหรับสังคมไทย ว่าที่สุดแล้วการที่แพทย์ผู้ชันสูตรศพได้เอาอวัยวะภายในออกจากร่างของศพนั้นมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องแจ้งให้กับญาติของผู้ชีวิตได้รับทราบ และจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องได้รับการอนุญาตจากญาติก่อน คำถามดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีการเสียชีวิตของ เมย ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร ชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ซึ่งภายหลังจากเสียชีวิตทางโรงเรียนเตรียมทหารได้แจ้งให้ครอบครัวทราบว่าจะมีการนำศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต หลังจากนั้นทางโรงเรียนได้มอบใบมรณบัตรให้กับครอบครัวซึ่งมีการระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจาก “ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน” พร้อมกับได้รับแจ้งจากทางโรงเรียนว่าแพทย์ได้ตัดเก็บอวัยวะเล็กๆ น้อยๆ บางส่วนไปเพื่อทำการพิสูจน์เพื่อเติมซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน แต่ทางครอบครัวกลับเลือกที่จะไม่เผาศพของเมย ในวันฌาปนกิจและได้นำศพไปส่งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอให้มีการชันสูตรอีกครั้ง โดยเมื่อมีการผ่าชันสูตรกลับพบว่าอวัยวะภายในคือ หัวใจ สมอง และกระเพาะอาหารหายไป จึงทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยไว้ว่าเกิดจากสาเหตุใด แม้ว่าถึงวันนี้เรื่องราวดังกล่าวจะได้คลี่คลายลง เมื่อทางกองทัพได้ออกมาแถลงข่าวว่า แพทย์ผู้ชันสูตรนั้นได้เก็บอวัยวะทั้งหมดไว้เพื่อทำการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต เพียงแต่ไม่ได้แจ้งให้ญาติได้ทราบก่อนเนื่องจากตั้งแต่ได้รับศพมาก็ไม่มีโอกาสที่จะติดต่อญาติได้เลย บ่ายวันนี้ (23 พ.ย.) ญาติและพนักงานสอบสวนได้เดินทางไปรับอวัยวะทั้ง 3 ชิ้นกลับไปส่งชันสูตรอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกินสิ้นเดือนพฤศจิกายน จึงจะทราบว่าผลตรวจทั้งการตรวจดีเอ็นเอ... Read More

คำพิพากษาภายใต้เจตนารมณ์ “เพื่อคุ้มครองกระบวนการพิจารณาคดี” และข้อสังเกตคดี 7 นักศึกษา

Posted: 23 Nov 2017 08:01 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน …ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลบัญญัติไว้โดยเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองกระบวนการพิจารณาคดีให้ดำเนินไปโดยราบรื่น ไม่ถูกรบกวน มีความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น การทำหน้าที่ของศาลและตุลาการต้องเป็นอิสระ โดยหลักความอิสระของศาลมีความสำคัญอย่างยิ่งในระบอบประชาธิปไตย โดยเหตุที่ศาลเป็นองค์กรหนึี่งของรัฐ ทำหน้าที่วินิจฉัยอรรถคดี จึงต้องไม่มีอิทธิพลหรืออำนาจใด ๆ มาแทรกแซง เพื่อให้การตัดสินคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญ มีความเปิดเผย โปร่งใส ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าฟังการพิจารณาคดีได้ และเมื่อมีคำพิพากษาคู่ความต้องยอมรับและปฏิบัติตามคำพิพากษา หากไม่เห็นด้วยย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ตามลำดับ การแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาสามารถกระทำได้ โดยเป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครอง การจำกัดสิทธิเสรีภาพดังกล่าวย่อมกระทำมิได้ แต่การแสดงความเห็นหาใช่ไร้ขอบเขต ไร้ขีดจำกัดไม่ แต่ต้องกระทำโดยสุจริต ไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อบุคคลอื่น ไม่ขาดเหตุผลและข้อเท็จจริง ไม่ทำด้วยอารมณ์ความรู้สึก… เป็นคำกล่าวถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ที่ผู้พิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่น นายบุญธรรม ตุกชูแสง ยกขึ้นมาอธิบายไว้ในคำพิพากษา ก่อนที่จะวินิจฉัยถึงพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหา ในคดีที่ 7 นักศึกษาถูกกล่าวหาว่าละเมิดอำนาจศาลว่า พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 กับพวกที่นำสัญลักษณ์ตราชั่งที่มีรองเท้าบูทแขวนมาแสดง เป็นการกระทำที่ทำต่อเนื่องกันทันทีกับการพิจารณาคดีของจตุภัทร์ อันเป็นการสื่อความหมาย ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดว่า ศาลเอนเอียงไปทางรองเท้าบูท ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 กับพวก ต้องการกดดันการใช้ดุลพินิจของศาล เป็นการนำมวลชนมากดดัน โดยประสงค์ให้มีอิทธิพลเหนือศาล เพื่อให้ศาลตัดสินตามใจตน... Read More

เสวนา: ไทยกับสังคมนิยม ปชต. เลือกตั้งต้องเลิก 3/2558 ปชช. คือผู้ชี้ชะตา

Posted: 23 Nov 2017 10:07 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) สังคมนิยมประชาธิปไตยต้องค่อยเป็นค่อยไป ไทยเริ่มที่ติดลบ เลือกตั้งปีหน้าลูกผีลูกคน กฎตั้งอย่างไรก็ได้แต่ประชาชนเป็นคนตัดสิน เลือกตั้งหน้าต้องยกเลิก คสช. 3/2558 เพื่อปลดล็อค อนาคตความคิดต่างควรแข่งขันบนสนามที่แฟร์กับทุกฝ่าย ตัวแทนแรงงานระบุ ขบวนแรงงานยังแตกแยก หวังฟ้าใหม่ร่วมงานนักศึกษา เกษตรกร (ซ้ายไปขวา): สิริพรรณ นกสวน สวัสดี ศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยา พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ บุญสม ทาวิจิตร 23 พ.ย. 2560 มูลนิธิฟรีดิช เอแบร์ จัดงานเปิดตัวหนังสือเรื่อง “ความคิดพื้นฐานว่าด้วยสังคมประชาธิปไตย” และมีงานเสวนาในประเด็นอนาคตของประเทศไทยว่าสังคมจะก้าวไปอย่างไร มี ผศ. สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุญสม ทาวิจิตร ประธานกลุ่มผู้ใช้แรงงาน พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ จากเวทีเอเชียว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (FORUM-ASIA) เป็นวิทยากร และศักดินา ฉัตรกุล ณ อยุธยาเป็นผู้ดำเนินรายการ สังคมนิยมประชาธิปไตยต้องค่อยเป็นค่อยไป ไทยเริ่มที่ติดลบ เลือกตั้งปีหน้าลูกผีลูกคน กฎตั้งอย่างไรก็ได้แต่ประชาชนเป็นคนตัดสิน สิริพรรณกล่าวว่า... Read More

นิธิ เอียวศรีวงศ์: คุณค่าอื่นนอกจากรบไม่ขลาด (1)

Posted: 21 Nov 2017 05:56 PM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) นิธิ เอียวศรีวงศ์ การที่คุณสุลักษณ์ ศิวรักษ์ถูกดำเนินคดีหมิ่นสมเด็จพระนเรศวร นอกจากสะท้อนปัญหาในการมีและ/หรือการใช้ม.112 แล้ว ผมคิดว่ายังมีปัญหาความลักลั่นในเรื่องที่สำคัญไม่น้อยอีกสามเรื่อง คือการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ในเมืองไทยหนึ่ง คติเกี่ยวกับวีรบุรุษของไทยหนึ่ง และชาตินิยมไทยอีกหนึ่ง หวังว่าผมจะสามารถอธิบายปัญหาลักลั่นเหล่านี้ให้เข้าใจได้ ขอเริ่มจากเรื่องง่ายสุดก่อน คือปัญหาที่มาจากการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทยในเมืองไทย นับตั้งแต่เริ่มมีการศึกษาประวัติศาสตร์แบบตะวันตกในเมืองไทย ก็ดูเหมือนนักประวัติศาสตร์จะให้ความสำคัญแก่การสงครามมาแต่ต้น สงครามมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของทุกประเทศจริง เพราะสงครามสะท้อนอะไรอื่นอีกหลายอย่างเช่นระดับเทคโนโลยี, สังคม, เศรษฐกิจ หรือแม้แต่การเมือง ฯลฯ แต่นักประวัติศาสตร์ไทยสนใจสงครามอยู่เรื่องเดียวคือการรบ และใครแผ่อำนาจไปถึงไหนได้บ้าง เนื้อหาสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่โบราณมาจนถึงรัชกาลที่ 4 จึงเป็นสงครามตลอด น่าเบื่อเข้าไส้แก่ทุกคน เพราะมองไม่เห็นว่าสงครามโบราณเหล่านั้นจะช่วยให้เข้าใจชีวิตจริงในอดีตหรือปัจจุบันได้อย่างไร ซ้ำร้ายยังช่วยส่งเสริมบทบาทครอบงำทางการเมืองของกองทัพเสียอีก คนไทยจำนวนมากยอมรับทันทีเมื่อกองทัพบอกว่าตนคือแนวหน้าในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะเขาถูกประวัติศาสตร์สอนมาว่า ชาติคือการรบ และเมื่อจะรบกันแล้ว ใครจะไปสำคัญกว่ากองทัพเล่าครับ แต่หากชาติมีความหมายมากกว่าการรบ เช่นศาลซึ่งอ้างว่าพิพากษาในพระปรมาภิไธยมีความยุติธรรม โปร่งใสจนเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างแท้จริง นั่นคือการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พระบรมเดชานุภาพ ในฐานะสัญลักษณ์อธิปไตยของปวงชน ซึ่งทหารไม่เกี่ยว ที่ผมสงสัยก็คือ เอ๊ะ นักประวัติศาสตร์สมบูรณาญา¬สิทธิราชย์ไม่น่าจะตั้งใจศึกษาเพื่อส่งเสริมอำนาจทางการเมืองของกองทัพ (แม่ทัพเก่งๆ นั้นเป็นอันตรายต่อราชบัลลังก์ทั้งในเมืองไทย และในรัฐอื่นๆ ทั่วโลก) เหตุใดจึงต้องเน้นเรื่องการสงคราม ผมตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอกครับ... Read More

ชำนาญ จันทร์เรือง: เมื่อพระราชบัญญัติขัดแย้งกับคำสั่งหรือประกาศ คสช.

Posted: 22 Nov 2017 08:05 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ชำนาญ จันทร์เรือง สิ่งที่กำลังเป็นปัญหาปวดเศียรเวียนเกล้าต่อผู้ปฏิบัติเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้เป็นอย่างยิ่งก็คือการที่ได้มีพระราชบัญญัติ (พรบ.) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) ออกมาบังคับใช้แล้วใน 2 เรื่องใหญ่ๆก็คือการประกาศใช้พรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2558 เป็นต้นมา โดยที่ก่อนหน้านั้นก็ได้มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 และได้มีการประกาศใช้พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2560 โดยที่ก่อนหน้านั้นได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 57/2557 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2557 ห้ามมิให้พรรคการเมืองที่มีอยู่แล้วดำเนินการประชุม หรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมือง จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ ฝ่ายรัฐบาลหรือ คสช.ก็ยังยืนยันที่จะบังคับใช้คำสั่งและประกาศของตนเองต่อไปทั้งๆที่มีพรบ.และพรป. ประกาศใช้แล้วโดยอ้างว่าบ้านเมืองยังไม่เรียบร้อย จึงเกิดเป็นประเด็นปัญหาสำหรับนักกฎหมายว่าตกลงจะเอาอย่างไรกัน เพราะที่ร่ำเรียนเขียนอ่านกันมาจากครูบาอาจารย์และตำหรับตำราก็บอกว่าถ้ากฎหมายในเรื่องเดียวกันที่มีลำดับศักดิ์เท่ากันก็ให้ถือว่ากฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่าไปโดยปริยาย ตามหลัก “กฎหมายใหม่ย่อมเลิกกฎหมายเก่าซึ่งมีเนื้อหาอย่างเดียวกัน” นั่นเอง แต่บางคนก็แย้งว่าคำสั่งหรือประกาศ คสช.นั้นมีที่มาจากรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมก็บอกว่าทั้ง พรบ.การชุมนุมสาธารณะฯและ... Read More

วงเสวนาระบุ ต้องหาจุดลงของสิทธิส่วนบุคคลกับการเข้าถึงข้อมูลของรัฐ

Posted: 22 Nov 2017 09:38 AM (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) จุดประเด็น รัฐเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้มากขนาดไหนเพื่อผลประโยชน์สาธารณะและชาติ คำตอบอยู่ในคำถามว่าสิทธิส่วนบุคคลสำคัญแค่ไหนในกระบวนการกฎหมาย ต้องหาจุดสมดุลระหว่างการเข้าถึงข้อมูลกับความสาหัสของภัยคุกคาม ควรมีเงื่อนไขจำกัดการใช้ข้อมูลและโปร่งใสให้เจ้าของข้อมูลติดตาม แสดงความยินยอมและเพิกถอนสิทธิการเข้าถึงได้ (ซ้ายไปขวา): ลาสส์ ชุลท์ ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล เซียวฮงโก๊ะ เมื่อ 22 พ.ย. 60 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดซีรีส์เสวนาเรื่อง “ความปลอดภัยไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของพลเมืองในไทย” ที่คณะนิติศาสตร์ มธ. มีลาสส์ ชุลท์ ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. และเซียวฮงโก๊ะ ผู้อำนวยการด้านนโยบายระดับโลกของบริษัทซิสโก บริษัทด้านไอทีและระบบเครือข่ายทั่วโลก oooooooooo ลาสส์ กล่าวว่า ต่อคำถามที่ว่ารัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลของบุคคลได้มากและลึกขนาดไหนเพื่อที่จะป้องกันภัยคุกคามและใช้สืบสวนอาชญากรรม ซึ่งสุดท้ายคำตอบอยู่ในคำถามที่ว่า แล้วสิทธิและความเป็นส่วนตัวมีบทบาทในระบบกฎหมายมากน้อยขนาดไหน ส่วนตัวมาจากเยอรมนีซึ่งเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู) เป็นที่ๆ ความเป็นส่วนตัวถูกให้ความสำคัญมากซึ่งจุดนี้นำไปสู่การออกแบบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ แต่ถ้าภายใต้บริบทหนึ่งซึ่งความเป็นส่วนตัวไม่ถูกศาลคำนึงถึงก็จะมีผลลัพธ์แตกต่างออกไป อาจารย์ชาวเยอรมนีกล่าวถึง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ว่า เป็นการเชื่อมโยงความปลอดภัยไซเบอร์เข้ากับความมั่นคงของชาติ ลักษณะของกฎหมายเป็นรูปแบบของการป้องกันไม่ให้เกิด ในขณะที่ พ.ร.บ.  ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นกลไกที่ถูกใช้หลังเกิดอาชญากรรมแล้ว ลาสส์ระบุว่าการหาสมดุลระหว่างผลประโยชน์สาธารณะกับการเข้าถึงสิทธิส่วนบุคคลต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสม สิ่งที่จำเป็นไม่ใช่มุมมองของรัฐบาลที่บอกว่าต้องปกป้องผลประโยชน์สาธารณะด้วยทุกสิ่งที่มี แต่เรากำลังพูดจากมุมมองของปัจเจกที่เห็นว่าควรมีหนทางรักษาผลประโยชน์สาธารณะให้ได้ในขณะที่ไม่ได้ควบคุมความเป็นส่วนตัวมากจนเกินไป กฎหมายต้องอธิบายเป้าหมายตัวเองให้ชัดเจน เพื่อให้พวกเราดำเนินกระบวนการอื่นๆ ไปให้สอดคล้องวัตถุประสงค์ของกฎหมาย อีกประการหนึ่งคือ มีวิธีไหนที่ใช้งานได้ดีกว่ามาตรการที่ใช้หรือไม่... Read More

ผาสุก ชี้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสร้างความยุติธรรม แนะปฏิรูปเพิ่มในอัตราก้าวหน้า

Posted: 22 Nov 2017 10:53 AM (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) นักเศรษฐศาสตร์ ถกงานวิจัย “ปฏิรูปภาษี” ชี้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไทยมีศักยภาพ ที่เพิ่มได้อีกมาก เป็นภาษีที่ส่งเสริมความยุติธรรม แนะค่อยๆ เพิ่มจำนวนผู้ชำระและในอัตราก้าวหน้า ชี้ยกเลิกยื่นลดหย่อนภาษีเพื่อการลงทุน LTF ช่วยรัฐประหยัด 9 พันล้าน 22 พ.ย.2560 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา  ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ ร่วมกับศูนย์สารนิเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัด Policy Forum ประเด็น “แนวทางการปฏิรูปภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : ผลงานจากโครงการวิจัย” โดยได้รับการสนับสนุนจาก สกว. และได้รับความร่วมมือด้านข้อมูลจากกรมสรรพากร ณ ห้องประชุมสารนิเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผาสุก พงษ์ไพจิตร ศาสตราจารย์และนักวิจัยจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวทีดังกล่าวมีข้อค้นพบที่น่าสนใจและเป็นแนวทางในการ “ปฏิรูปภาษี” ที่สำคัญของไทย โดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร ศาสตราจารย์และนักวิจัยจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” (Personal Income Tax หรือ PIT)... Read More

นิธิ เอียวศรีวงศ์: เสื้อแดงจากอีกมุมมองหนึ่ง

Posted: 21 Nov 2017 01:03 AM (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) นิธิ เอียวศรีวงศ์ น่ายินดีที่มีผู้แปลและพิมพ์หนังสือ Revolution Interrupted ของอาจารย์ Tyrell Haberkorn ออกมาเป็นภาษาไทย (การปฏิวัติที่ถูกตัดตอน คุณเบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว และคุณพงษ์เลิศ พงษ์วนานต์ แปล สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันพิมพ์เผยแพร่) น่ายินดีก็เพราะ จะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ผู้เขียนทำให้สามารถมองขบวนการเสื้อแดงได้ในอีกความหมายหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากมุมมองขบวนการเสื้อแดงที่ผ่านมา แทนที่จะเห็นขบวนการเสื้อแดงเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่โผล่ขึ้นมาจากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ-สังคมของประเทศ เราอาจนำขบวนการเสื้อแดงกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของสายธารประวัติศาสตร์ ที่มีการเคลื่อนไหวของประชาชนระดับรากหญ้ามาตลอด เพียงแต่ไม่เคยถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของพลังกระแสธาร ที่อาจเปลี่ยนทิศทางของประวัติศาสตร์ได้ … มากหรือน้อยตามวาระโอกาสต่างกัน เหมือนการปฏิวัติที่ถูกสกัดด้วยความรุนแรงทั้งหลายมันหยุดลง แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามันหายไป อันที่จริง โดยตัวของมันเองแล้ว ความเคลื่อนไหวของชาวนาไร้ที่ดินในภาคเหนือในนามของสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ ระหว่าง ค.ศ.1973-76 ก็เป็นเหตุการณ์เล็กๆ ในประวัติศาสตร์ หรือถูกทำให้เป็นเหตุการณ์เล็กๆ ในประวัติศาสตร์ แต่ในเหตุการณ์ซึ่งถูกจัดให้ “เล็กๆ” นี้ ถูกสกัดให้ชะงักงันลงด้วยการลอบสังหาร, อุ้มหาย, และลอบทำร้าย ผู้นำชาวนาถึง 46 คน นับเฉพาะคนที่ครอบครัวกล้ารายงานแก่ทางการ ส่วนที่ครอบครัวตัดสินใจไม่รายงานอาชญากรรมยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ทราบตัวเลขแน่ชัด จนถึงทุกวันนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้สักราย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าที่ดิน, กองกำลังกึ่งรัฐที่ถูกรัฐร่วมกับเจ้าที่ดินสร้างขึ้น, หรือเจ้าหน้าที่รัฐเอง... Read More

‘ถึงเวลาเผือก’ ชี้กว่า 1 ใน 3 ของทุกเพศ ถูกคุกคามทางเพศบน ‘ขนส่งสาธารณะ’

Posted: 21 Nov 2017 02:05 AM (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) 45% ของผู้หญิงใน กทม. ถูกคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ แคมเปญ ‘ถึงเวลาเผือก’ จัดเสวนา ชี้ต้องเปลี่ยนพลังเงียบเป็นพลังเผือก ขอทุกคนเป็นหูเป็นตา-ช่วยเหลือ-เก็บหลักฐาน กระตุ้นรัฐ-หน่วยงานรับผิดชอบต้องตื่นตัว สร้างมาตรการว่องไว เป็นมิตร เป็นกลาง มีบทลงโทษ ส่วนกฎหมายควรแบ่งลำดับขั้นความผิดให้ชัดเจน 21 พ.ย. 2560 วันนี้ องค์กรแอ็คชั่นเอด (ActionAid) ประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง (Safe Cities for Women) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “ถึงเวลาเผือก” เพื่อยับยั้งปัญหาการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “เราจะสามารถยุติการคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะได้อย่างไร” มีวิทยากรคือ รุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ ยงค์ ฉิมพลี พนักงานเก็บค่าโดยสารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จรีย์ ศรีสวัสดิ์ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล วรวรรณ ตินะลา ผู้มีประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศในรถโดยสารสาธารณะ รุ่งทิพย์... Read More

ประทับจิต นีละไพจิตร: 13 ปีตากใบ ความยุติธรรมยังติดเพดาน

Posted: 19 Nov 2017 11:42 PM (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล ยอมรับว่าล่าช้าไปมาก หากนับว่ามีวาระครบรอบเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคมไทยที่มักเวียนบรรจบอยู่เนืองๆ และสื่อมีหน้าที่ต้องผลิตเนื้อหาเพื่อย้ำเตือน วันที่ 25 ตุลาคม 2547 คืออีกหนึ่งวาระที่ถึงเวลานี้มันคงเป็นแค่เชิงอรรถเล็กๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ หนักกว่านั้นคือถูกหลงลืมและไม่สลักสำคัญ 13 ปีของการสลายการชุมนุมหน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส ผู้ชุมนุมถูก ‘ขน’ ขึ้นรถ วางทับซ้อนกันเหมือนวัตถุสิ่งของ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 คน และจนบัดนี้ ยังไม่มีผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต้องรับผิดแม้แต่คนเดียว ในประเทศที่วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถูกค้ำยัน-ผลิตซ้ำด้วยโครงสร้างและกลไกต่างๆ ของรัฐ อาจบางที…การทบทวนเหตุการณ์ตากใบเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทุกวัน ประทับจิต นีละไพจิตร กับงานวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง ‘ความยุติธรรมกับการขับเคลื่อนความขัดแย้ง: ศึกษากรณีเหตุการณ์ความรุนแรงหน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส’ เธอบอกกับเราว่า จุดตั้งต้นของความสนใจศึกษาเหตุการณ์นี้และการงานอันเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้คือการหายตัวไปของพ่อเธอ สมชาย นีละไพจิตร เมื่อศึกษาลึกขึ้นๆ เธอค้นพบว่าตากใบมีสถานะพิเศษในตัวมันเอง ตากใบไม่ได้เกิดขึ้นวันที่ 25 ตุลาคม 2547 แล้วจบวันนั้น แต่หลังจากนั้นอีกหลายปี มันส่งผลกระทบและยังเกิดเหตุการณ์ตลอดเวลา ที่ตามมาหลังจากนั้น “ในทางทฤษฎี เรามองว่าเหตุการณ์ตากใบเป็นเหตุการณ์ที่มีศักยภาพนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความขัดแย้ง มันเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ... Read More

72 นักพัฒนาองค์กรเอกชนลั่นไม่ร่วมกับกลไกกับดักสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหาร

Posted: 20 Nov 2017 01:01 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) เครือข่ายนักพัฒนาองค์กรเอกชนออกแถลงการณ์ไม่ร่วมกับกลไกกับดักสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหาร ชี้เป็นกลไกยุทธศาสตร์ชาติออกแบบมาเพื่อสนองตอบการเติบโตของกลุ่มทุน 20 พ.ย.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เครือข่ายนักพัฒนาองค์กรเอกชนจำนวน 72 คน ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์เครือข่ายฯ แสดงจุดยืนการไม่ร่วมกับกลไกกับดักสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหาร แถลงระบุว่า เป็นการแสดงจุดยืนต่อการไม่ร่วมกับกลไกใดๆ ของรัฐบาลทหารที่จะนำไปสู่กับดักและสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลในการสร้างความทุกข์ยากให้กับประชาชนในอนาคตเว้นเพียงการร่วมมือกันทำงานกับส่วนราชการซึ่งมีมาแต่เดิมแล้ว เนื่องจากกลไกยุทธศาสตร์ชาติเป็นสิ่งที่จะนำมาซึ่งการควบคุมประเทศให้เดินไปตามทางที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการอย่างยาวนาน เมื่อเราพิจารณาการออกแบบของคณะรัฐประหารครั้งนี้ในภาพรวมจะพบว่า กลไกที่ออกแบบมานั้นเป็นไปเพื่อสนองตอบการเติบโตของกลุ่มทุน มิได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมและหลักประกันสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชนโดยรวม ฉะนั้นการทำความจริงให้ชัดเจนเป็นภารกิจที่สำคัญ เพราะจะเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญของประชาชน “การเข้าร่วมอื่นใดกับรัฐบาลทหารของภาคประชาชน เช่น การเข้าร่วมมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ, อนุกรรมการบูรณาการและขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงระบบและโครงสร้างในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.), อนุกรรมการการมีส่วนร่วมเพื่อการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น  การกระทำเช่นนี้คือการยินยอมเข้าร่วมกับกลไกของรัฐบาลทหารที่เพิกเฉยต่อสิทธิชุมชนและจะทำให้ประเทศไปสู่ความทุกข์ยากในอนาคตอันใกล้   ความจริงซึ่งควรจะปรากฏให้ประชาชนได้เรียนรู้นั้นกลายเป็นความพร่ามัวต่อทิศทางการขับเคลื่อนสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ชัดเจนและมีพลังได้” แถลงการณ์เครือข่ายนักพัฒนาองค์กรเอกชน ระบุ รายละเอียดแถลงการณ์ : แถลงการณ์เครือข่ายนักพัฒนาองค์กรเอกชน แสดงจุดยืนการไม่ร่วมกับกลไกกับดักสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหาร ตามที่รัฐบาลทหาร คสช. ได้บริหารราชการแผ่นดินมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้วนั้น ผลประจักษ์ในทางนโยบายและกฎหมายจำนวนมากจะชักนำประเทศไปสู่ความทุกข์ยากทั้งในปัจจุบันและอนาคต ด้วยการนำพาประเทศไปสู่ กลไกการบริหารประเทศที่ เอื้ออำนวยต่อกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ลดทอนสิทธิชุมชน เพิกเฉยการมีส่วนร่วมและหลักประกันสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน... Read More