Posted: 01 Jun 2018 12:08 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในฟิลิปปินส์โต้ตอบกับโวหารและการกระทำเชิงเหยียดเพศหญิงของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ โรดริโก ดูเตอร์เตด้วยแฮ็ชแท็ก #BabaeAko รวมถึงใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประท้วงเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ปล่อยตัวนักโทษการเมือง และยกเลิกการสังหารโดยละเมิดสิทธิมนุษยชน

1 มิ.ย. 2561 กลุ่มผู้รณรงค์ต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวและผู้สื่อข่าวเปิดเผยว่าการรณรงค์ #BabaeAko ที่แปลว่า “ฉันคือผู้หญิง” นั้น เป็นแคมเปญออนไลน์เพื่อโต้ตอบกับการเหยียดเพศหญิงของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต และเป็นการส่งสัญญาณว่าผู้หญิงจะต่อสู้กลับ

กลุ่มด้านสิทธิสตรีในฟิลิปปินส์รณรงค์ในเรื่องนี้หลังจากการใช้โวหารเหยียดเพศครั้งล่าสุดจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ที่เปรียบเทียบการมีเมียน้อยว่าเป็นการเตรียม “ยางอะไหล่” ไว้หลังรถ รวมถึงมีกรณีที่ดูเตอร์เตพูดออกสื่อพาดพิงถึงรัฐมนตรีหญิงกระทรวงการท่องเที่ยวในทำนองชักชวนทางชู้สาว

โนเอมี ดาโด นักกิจกรรมประเด็นของผู้หญิงกล่าวว่าการใช้โวหารออกสื่อในแบบของดูเตอร์เตมีความน่าเป็นห่วงเพราะมีผู้ชายฟังเขาอยู่และเป็นการเพาะวัฒนธรรมความรุนแรงต่อผู้หญิง

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ดูเตอร์เตเคยพูดพาดพิงถึง คริสตีน ลาการ์ด ประธานไอเอ็มเอฟว่า “แค่ดึงเธอมาจูบซะ …แล้วเธอก็จะเปลี่ยนใจเอง” หลังจากที่มีรายงานจากไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าฟิลิปปินส์จะเกิดภาวะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 ในปีนี้ และร้อยละ 3.7 ในปี 2562 และยังมีกรณีที่เคยพูดถึงเจ้าหน้าที่หญิงของทั้งศาลอาญาระหว่างประเทศกับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติในเชิงวิพากษ์วิจารณ์เนื้อตัวร่างกายหลังจากที่สองหน่วยงานนี้ตรวจสอบเรื่องสงครามยาเสพติดในฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ ดูเตอร์เตยังแสดงการกีดกันโดยบอกว่าไม่ควรแต่งตั้งผู้หญิงเป็นอัยการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันหลังจากที่อัยการหญิงคนเดิมกำลังจะเกษียณอายุในเดือน ก.ค. นี้ เขายังเคยจองล้างจองผลาญผู้หญิงในรัฐบาลที่วิพากษ์วิจารณ์เขาเรื่องนโยบายสงครามยาเสพติด กรณีการสั่งคุมขังวุฒิสมาชิกฝ่ายค้านไลลา เดอ ลิมา และสั่งปลดประธานศาลสูงสุด ลัวเดส เซเรโน ออกจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามนักข่าว อินเดย์ เอสปินา-วาโรนา กล่าวว่าการกระทำของดูเตอร์เตแสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วเขารู้สึกหวั่นเกรงผู้หญิงที่แข็งข้อต่อเขา เช่นคนที่พร้อมจะตรวจสอบและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของดูเตอร์เต วาโรนากล่าวอีกว่า ถึงแม้ดูเตอร์เตทำเป็นชอบพูดจาเหยียดคนอื่น แต่ลึกๆ แล้วเขากลัวว่าผู้หญิงจะต่อต้านความปรารถนาในอำนาจ กลัวว่าผู้หญิงจะต่อต้านแนวทางอำนาจนิยมของเขา

วาโรนาเป็นหนึ่งในคนที่รณรงค์เรื่อง #BaBaeAko อย่างจริงจัง และเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้หญิงที่ถ่ายคลิปวิดีโอสั้นๆ ของตัวเองไว้เพื่อพูดสื่อไปถึงดูเตอร์เตโดยตรง “ไม่ว่าจะเป็นสื่อ หรืออัยการ หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือสมาชิกฝ่ายบริหาร ดูเตอร์เตก็มองว่าผู้หญิงไม่ยอมเล่นตามเกมของเขา หรือไม่ยอมร่วมมือกับการลักลอบทำข้อตกลงเบื้องหลังที่ดูจะเป็นเครื่องหมายการค้าของรัฐบาลนี้”

อาร์ลีน โบรซัส หนึ่งใน ส.ส. หญิงร่วมการรณรงค์ในครั้งนี้ด้วย ด้วยการอัดวิดีโอบอกว่าดูเตอร์เตว่า “ฉันต่อต้านการอวดเบ่งข่มคนอื่นด้วยความเป็นชาย ต่อต้านฟาสซิสต์ ชายเป็นใหญ่ และวัฒนธรรมแบบศักดินาของรัฐบาลนี้ ฉันจะสู้”

คริสโตเฟอร์ โก ผู้ช่วยของดูเตอร์เตกล่าวว่าข้อกล่าวหาต่อรัฐบาลจากกระแสการเคลื่อนไหว #BabaeAko นั้น “ไม่แฟร์” และ “เป็นการเมืองอย่างเห็นได้ชัด” โกบอกอีกว่าดูเตอร์เตเป็นคนที่ผลักดันกฎหมายและโครงการที่ส่งเสริมสิทธิสตรีในตอนที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา

เรียบเรียงจาก

#BabaeAko: Philippines’ Duterte ‘intimidated by strong women’, Aljazeera, May 31, 2018

#BabaeAko rips Duterte; Palace disputes claims, Philstar, May 24, 2018

การรณรงค์ในทวิตเตอร์

https://twitter.com/stevenbesana/status/1000316657590398976

https://twitter.com/hashtag/babaeako