Search

เปิดโผแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมปี 2017 – “ฮ่องกง” ครองแชมป์ 9 ปีซ้อน “กรุงเทพฯ” ตามที่ 2

The city skyline is seen in the background as competitors take part in the Harbour Race swimming event in Hong Kong’s Victoria Harbour on October 29, 2017.

ฮ่องกง ครองแชมป์ “แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม” Top Tourist Destination ประจำปี 2017 นับเป็นการป้องกันแชมป์ที่สัมปทานมายาวนานถึง 9 สมัย ขณะที่ ทวีปเอเชีย เป็นผู้นำด้านเมืองท่องเที่ยวของโลก

บริษัทวิจัยการตลาด Euromonitor International เปิดเผยผลการจัดอันดับ 100 Top Tourist Destination ประจำปีนี้ โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาจากการรวบรวมข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อปีก่อน ที่เดินทางไปเยือนเมืองใหญ่ทั่วโลก และต้องใช้เวลาอยู่ในเมืองนั้นไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง รวมทั้งตัวเลขนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางมาเยือนเมืองดังกล่าวในปีนี้ด้วย

โดยเมื่อปีก่อนมีตัวเลขทริประหว่างประเทศราว 1 พัน 2 ร้อยล้านเที่ยว และกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเส้นทางไปเยือนเมืองที่ติด 100 อันดับแรกทั้งสิ้น

อันดับ 5 – มาเก๊า แหล่งคาสิโนที่ดึงดูดนักเสี่ยงโชคได้ไม่เสื่อมคลาย ด้วยยอดนักท่องเที่ยว 15 ล้าน 3 แสน 9 หมื่นคน และคาดว่าในปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวไปเยือน 16 ล้าน 3 แสนคน เพิ่มขึ้น 5.9% จากปีก่อน

อันดับ 4 – สิงคโปร์ หนึ่งในประเทศที่มีมนต์ขลังสำหรับ Backpacker หน้าใหม่ ปีก่อนมียอดนักท่องเที่ยงไปเยือน 16 ล้าน 6 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.4% หรือราว 17.6 ล้านคนในปีนี้

อันดับ 3 – กรุงลอนดอน เกาะขาเก้าอี้แน่นที่อันดับ 3 ด้วยนักท่องเที่ยว 19 ล้าน 2 แสนคนในปีก่อน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 19 ล้าน 8 แสนคนในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าหลังประชามติแยกตัว ซึ่งทำให้ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อหัวสูงสุดในยุโรปด้วย

อันดับ 2 – กรุงเทพมหานครฯ คว้าอันดับ 2 ที่ยอดนักท่องเที่ยว 21 ล้าน 2 แสน 5 หมื่นคนในปีที่แล้ว และจะเพิ่มขึ้นเกือบ 10% ในปีนี้ หรือราว 23 ล้าน 2 แสน 7 หมื่นคน

และอันดับ 1– ฮ่องกง แชมป์เก่ายังเก๋า แม้ปีนี้จะมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับจีน แต่ Euromonitor เชื่อว่าจะเป็นผลกระทบในระยะสั้น และเห็นได้ชัดว่าฮ่องกงยังสามารถป้องกันแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 9 ด้วยนักท่องเที่ยว 26 ล้าน 5 แสน 5 หมื่นคนเมื่อปีก่อน และลดลงมาที่ 25 ล้าน 7 แสนคนในปีนี้ ลดลง 3% ในปีนี้

ที่น่าสนใจในการจัดอันดับของ Euromonitor International ระบุว่า เมื่อเจาะเป็นรายทวีปจะพบว่า เอเชีย คือ ผู้นำด้านเมืองท่องเที่ยวของโลก โดยในปีนี้มี 41 เมืองใหญ่ในเอเชียที่ติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม และคาดว่าใน 8 ปีข้างหน้า หรือปี 2025 จะมีเมืองใหญ่ในเอเชียติดอันดับเพิ่มเป็น 47 เมือง หรือเกือบครึ่งหนึ่งของการจัดอันดับเลยก็ว่าได้

Wouter Geerts นักวิเคราะห์อาวุโสด้านการท่องเที่ยวของ Euromonitor และผู้จัดทำรายงานนี้บอกว่า จีนคือตัวขับเคลื่อนสำคัญในภาคการท่องเที่ยวของเอเชีย เพราะประเทศหรือดินแดนที่มีข้อพิพาทหรือความสัมพันธ์ตึงเครียดกับจีน จะได้รับผลกระทบด้านการท่องเที่ยวในปีนี้ อย่าง ฮ่องกง ที่ยอดนักท่องเที่ยวอาจลดลงราว 3% ในปีนี้ เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ที่ยอดนักท่องเที่ยวลดลงอย่างฮวบฮาบถึง 15% เหลือเพียง 7 ล้าน 5 แสน 6 หมื่นคนภายในปีเดียว

ขณะที่ ยุโรป เริ่มฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัจจัยสำคัญของการท่องเที่ยว คือ ความกังวลเรื่องการก่อการร้าย เมืองใหญ่อย่างกรุงบรัสเซลส์ ปารีส นีซ และนครอิสตันบูล ต่างได้รับผลกระทบจากปัจจัยนี้กันทั้งสิ้น และมีอยู่หนึ่งเมืองที่โดดเด่นในปีนี้ คือ Heraklion (ฮีราคลีออน) ท่าเรือบนเกาะครีต ประเทศกรีซ มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 11.2%

ส่วนทวีปอเมริกา มหานครนิวยอร์ก ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ต่อเนื่อง ที่ 13 ล้าน 1 แสนคนในปีนี้ และไมอามี รัฐฟลอริดา คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไปเยือนราว 8 ล้านคน

แต่ปัจจัยสำคัญของการท่องเที่ยวในทวีปอเมริกา คือ นโยบายเรื่องวีซาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างความปั่นป่วนและกระทบการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวอย่างมาก และกระทบกับการท่องเที่ยวของเม็กซิโก เพราะชาวอเมริกันจะไปเยือนกันน้อยลงกว่าเดิมในปีนี้ แต่ยังได้แรงหนุนจากความนิยมในหมู่ชาวยุโรปและเอเชีย

ขณะที่ตะวันออกกลางและแอฟริกา นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวไปเยือนเพิ่มขึ้น 11.2% หรือราว 17 ล้านคนในปีนี้ และนครเมกกะ ซาอุดีอารเบีย จะมีนักท่องเที่ยวไปเยือนเพิ่มขึ้น 9.8% หรือราว 8 ล้าน 7 แสนคนในปีนี้

ปิดท้ายที่ทวีปแอฟริกา มีเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ที่ติด 100 อันดับเป็นเมืองเดียวของแอฟริกา หลังการปรับปรุงนโยบายยกเว้นวีซา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมื่อปีก่อน

http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=166099451209518578

Related posts