Search

วงเสวนาชำแหละหวยแพง แก้ปัญหาล้มเหลว กทม.ปริมณฑล พุ่งใบละ 130

Posted: 08 Nov 2017 05:05 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)

วงเสวนาชำแหละสลากราคาแพง ความล้มเหลวในการแก้ปัญหา กรุงเทพฯ ปริมณฑล พุ่งใบละ 130 เลขรวมชุดแตะ 180 แนะสนง.สลากหยุดขายชั่วคราว เพื่อจัดระเบียบใหม่ ตามที่นายกฯ เคยดำริไว้

8 พ.ย. 2560 รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้(8 พ.ย.60) เมื่อเวลา10.00น.ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์  ในเวทีเสวนา “สลากแพงแก้ไม่สำเร็จ ถึงเวลา Reset หรือยัง?” จัดโดยมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน และเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก

ธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า สาเหตุที่แก้ปัญหาสลากแพงไม่สำเร็จเป็นเพราะสำนักงานสลากเลือกวิธีแก้ปัญหาด้านผลิตภัณฑ์เป็นหลัก คือ พิมพ์สลากเพิ่ม เพราะเชื่อว่าเมื่อสลากมีมากราคาน่าจะถูกลง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล เพราะต้นเหตุหลักที่ทำให้สลากแพงมาจากปัญหาพ่อค้าคนกลางหรือ“ปั๊ว”ที่เอากำไรเกินควร นี่คือสิ่งที่ต้องแก้  แต่ก็เข้าใจว่าแก้ไม่ง่าย   เพราะมาถึงวันนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทำให้ราคาสลากแพงอย่างแทบจะกู่ไม่กลับ เช่น  ผู้ที่ได้โควตาก็เอาสลากไปขายต่อให้ปั๊ว  ปั๊วก็เอามารวมชุดแล้วปล่อยต่อราคาแพง  ผู้ค้ารายย่อยก็สมคบกันรวมชุดกับเขาด้วย  ทั้งยังมีผู้แสวงประโยชน์จากการปล่อยข่าวเลขเด็ดให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค  แล้วผู้ค้าก็มาร่วมกันโก่งราคาสลากเลขเด็ดนั้นแพงๆ  ขณะที่ผู้ขายบางรายแม้จะได้โควตามาและสามารถขายในราคา80บาทได้แต่ก็ไม่ทำ กลับมาขายแพงไปกับเขาด้วยเพื่อเอากำไรมากๆ  ส่วนผู้บริโภคเองก็ยอมซื้อในราคาแพงเพราะเป็นเลขเด็ดเลขดังเลขที่ตัวเองต้องการ

“ถ้าทุกฝ่ายจะเอาแต่ได้ไม่มีใครยอมเสีย โดยไม่มีใครคำนึงถึงความถูกต้อง ก็อยากสนับสนุนให้รัฐบาลทำตามแนวคิดที่ท่านนายกฯได้เคยประกาศไว้ คือ หยุดขายสลากชั่วคราว แล้วจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด โดยมีการบ้านที่ต้องทำอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 1.จัดระเบียบโควตาองค์กรต่างๆใหม่ทั้งหมดให้เหลือเฉพาะองค์กรที่ขายสลากจริงๆเท่านั้น2.จัดระเบียบผู้ค้ารายย่อยใหม่ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้ค้าให้เป็นเฉพาะผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น แล้วขึ้นทะเบียนผู้ค้าทั้งหมด หากใครขายสลากโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนมีความผิด ที่สำคัญคือต้องทำให้ระบบการกระจายสลากตรงไปยังผู้ค้ารายย่อยเป็นจริง  และลดความจำเป็นในการพึ่งระบบคนกลางให้น้อยที่สุด3.จำกัดจำนวนสลากที่เหมาะสม โดยรัฐบาลต้องชัดเจนว่าแต่ละปีรัฐต้องการรายได้จากกิจการสลากเท่าไร และไม่ต้องการให้ประชาชนเล่นพนันสลากเกินงวดละเท่าไร  4.ขอให้ตรวจสอบว่ามีการทุจริตใดๆหรือไม่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้สลากแพง  และ5.ต้องปฏิรูปการทำงานประชาสัมพันธ์และรณรงค์ ให้เกิดการทำงานอย่างแข็งขันและต่อเนื่อง สร้างค่านิยมการเล่นพนันที่ถูกต้องแก่ประชาชน และประชาชนต้องไม่ยอมซื้อสลากราคาแพง” เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าว

ราเมศร ศรีทับทิม เครือข่ายประชาชนปฎิรูปสลาก กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เครือข่ายฯได้ออกสำรวจตลาดการค้าสลาก 12 พื้นที่ ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งตลาดการค้าสลากออนไลน์ พบว่า สลากขายเกินราคาแพงที่สุดใบละ 130 บาท ขณะที่สลากรวมชุดมากที่สุดอยู่ที่ชุด 15 ใบ ขายในราคา 2,700 บาท เฉลี่ยใบละ 180 บาท ส่วนสลากขายยกเล่มพบราคาขายอยู่ที่ 8,100 บาทต่อเล่ม

“ช่วงที่ผ่านมาสำนักงานสลากมีมาตรการการลดเวลาการรับสลากไปขาย หวังจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการรวมชุด จึงทำให้บรรยากาศการซื้อขายสลากในช่วง2-3วันนี้ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร  เพราะสลากยังไม่เริ่มวางจำหน่าย  และการลดเวลารับสลากจะทำให้ผู้ค้าสลากรายย่อยมีเวลาขายน้อยลง  และเสี่ยงต่อการขายสลากไม่หมด และอาจเป็นเหตุให้ต้องขายสลากแพงมากขึ้นเพื่อเฉลี่ยต้นทุนสลากที่ขายไม่หมด สุดท้ายก็ไม่สามารถแก้ปัญหาสลากแพงได้” ราเมศร กล่าว

ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา  กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การเล่นหวยของคนไทยถือว่ารุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง ขณะที่ปัญหาสลากแพงเกินราคาก็ยังเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน มาตรการทางกฎหมายอย่างเดียวเอาไม่อยู่ และไม่มีวิธีไหนที่จะนำมาแก้ปัญหาได้ เช่น การเพิ่มปริมาณสลาก การใช้ม.44  เพิ่มโทษปรับ จำคุก การริบโคต้า ซึ่งคิดว่าจะหมดไป จะเข็ดหลาบ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

“มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง อีกทั้งมีเรื่องแรงจูงใจกำไรเข้ามาเกี่ยวข้อง และการสมยอมระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย ดังนั้นเราต้องนำประสบการณ์จากต่างประเทศมาปรับใช้ ต้องถามรัฐบาลว่าสลากเป็นสินค้าเพื่อหารายได้เข้ารัฐ หรือเป็นสินค้าเพื่อสร้างความบันเทิงของประชาชน ส่วนกองทุนที่ตั้งขึ้นมาดึงงบไป3%  เหตุใดจึงไม่ยอมทำงาน เดินไม่เต็มสูบ รัฐบาลต้องกลับไปตั้งหลักให้มั่นๆ ต้องยอมรับความจริงว่ามันเกินความสามารถของสำนักงานสลากในการแก้ปัญหา” ดร.วิเชียร  กล่าว

สนิท สังคพงศ์ ผู้ค้าสลากฯ กล่าวว่า  ตนในฐานะผู้ค้าสลากซึ่งเป็นผู้พิการ ที่ผ่านมาได้ขายสลากจากการกดผ่านตู้ธนาคารกรุงไทย หลายครั้งต้องไปรับมาจากหน้าสำนักงานสลากในราคา80-90 บาท จึงจำใจต้องขายในราคาที่สูงขึ้น ยอมเสี่ยงต่อการถูกจับดำเนินคดี  เพราะต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ทั้งนี้หากผู้พิการที่ยังทำอาชีพนี้อยู่ ก็ต้องมีทุนก้อนใหญ่จริงๆ อย่างไรก็ตามอยากให้รัฐบาลจัดสรรสลากให้กับผู้พิการโดยตรง  เพื่อให้ขายได้ตามราคา 80 บาท ไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกจับ

Related posts