Search

คุยกับเอกชัย หงส์กังวาน หลังถูกทหารตำรวจจับตัวไปเที่ยว

Posted: 28 Oct 2017 04:46 AM PDT

เกิดอะไรขึ้นระหว่างถูกตำรวจทหารจับตัวไปเที่ยว คุยกับชายผู้ประกาศตัวว่าจะใส่เสื้อแดงในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 จนเป็นเหตุให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวน 11 นายบุกเข้าจับที่บ้านในช่วงเช้าของวันที่ 24 ตุลาคม 2560 พร้อมกับยื่นข้อเสนอว่าจะไปเที่ยวหรือจะเข้าค่ายทหาร

สดๆ ร้อนๆ หลังได้รับการปล่อยตัวเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ประชาไทได้พูดคุยกับเอกชัย หงส์กังวาน ถึงเหตุการณ์การถูกบุกเข้าควบคุมตัวนอกกฎหมายเป็นเวลา 5 วัน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงเวลาถูกควบคุมตัว

เหตุเกิดขึ้นอย่างไร 
ประมาณ 08.00 น. มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบมากดออดเรียกที่หน้าบ้าน ก็เลยเดินลงไปเปิดบานเลื่อนและเปิดประตูเหล็ก พอเปิดออก เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 3 คนก็รุมกันลากตัวออกมานอกบ้านเลย ชั้นดิ้น ขึนตัวก็เลยล้ม มันก็ด่าว่าแกล้งล้มเอง ชั้นก็เลยด่าแม่มัน เถียงกันอยู่พักนึงก็มีหัวหน้าชุดนั่งรถเข้ามาแล้วจึงได้เจรจากัน

เจรจากันแบบไหน
ทหารถามว่าจะไปเที่ยวที่กาญจน์มั้ย ถ้าไม่ไปจะส่งค่ายทหาร ก็เลยเลือกที่จะไปกาญจน์ แต่ก็ถามเขาว่า จะให้ไปคนเดียวรึไง เขาบอกว่า จะพาแม่ไปก็ได้ ผมว่า ไม่เอา พาเพื่อนไปได้รึเปล่า เขาบอกว่า ได้ ก็เลยโทรหาทนายอานนท์ หาคุณประวิตร (่ข่าวสดอิงลิช) หานักข่าวประชาไท ก็เลยกระจายข่าวได้ ไม่งั้นคงโดนอุ้มหายอย่างไร้ร่องรอย

เดินทางยังไง
ออกจากกรุงเทพฯ ไปรีสอร์ตที่ จ.กาญจนบุรี เป็นรีสอร์ตของตำรวจ มีเจ้าหน้าที่คุมอยู่ 5 คน เป็นตำรวจ 4 ทหาร 1 ตอนที่ไปถึง เขาให้เงินมา 5,000 บาท บอกว่า เอาไว้เที่ยว ก็เลยได้เที่ยว วันแรกไปน้ำตกไทรโยคน้อย วันที่ 2 ไปหมู่บ้านปิล็อก ไปได้แค่วันละที่สองที่ เพราะมันไกล แล้ววันที่ 26 เขาบอกว่าจะพาไป น้ำพุร้อน ตลาดชายแดน แล้วก็สะพานมอญ แต่วันนั้นผมใส่เสื้อแดง เขาเลยโมโหใหญ่ บอกให้ผมเปลี่ยน

ถูกคุมตัวแล้ว ทำไมถึงยังจะใส่เสื้อแดงอีก ไม่กลัวเหรอ
ผมประกาศไปแล้วแล้ววันที่ 26 ผมจะใส่เสื้อแดง ผมก็ต้องใส่เสื้อแดง ไม่งั้นมันเสียสัจจะ สรุปก็คือวันนั้นเขาเลยไม่ยอมพาผมไปไหนเลย ให้อยู่แต่ในบ้าน ไปเที่ยวแค่ข้าง ๆ ตรงโป่งช้างแค่นั้น

วันที่ 27 เขาบอกว่าจะพาไปสะพานมอญ แต่ขับรถไปได้ครึ่งทาง หัวหน้าเขาโทรมาบอกให้พาผมเข้ามาในอำเภอเมือง ขับไปจะถึงอยู่แล้วก็เลยต้องตีรถกลับ วันนั้นก็เลยไม่ได้ไปไหนอีก แต่ตอนเย็นก็ไปแวะสะพานข้ามแม่น้ำแควหน่อยนึง

ได้ไปเที่ยวสนุกไหม? 
ก็หยั่งงั้น ก็มันถูกบังคับให้ไป เป็นคุณๆ จะสนุกไหม มีคนที่ไม่ได้รู้จักเดินตาม 5 คน ทหารเอาเงินให้มา 5,000 บาท แต่เวลาไปเที่ยวพวกที่ติดตามห้าคน พวกมันก็ให้จ่ายค่าอาหารให้มันด้วย แล้วก็พยายามแต่จะพาเข้าร้านอาหารราคาแพงๆ เท่านั้น จะไปเหลืออะไร

ที่พักเป็นยังไง
ที่แรกเป็นรีสอร์ตชื่อหลับดี อยู่ในเขตชุมชน  ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ที่ๆ สอง เขาเอาผมไปพักที่รีสอร์ตชื่อบ้านไร่นายดาบ เป็นรีสอร์ตอยู่กลางป่าเลย “ถ้าเขาฆ่าชั้นแล้วเอาฝังไว้ก็คงจะไม่มีใครหาเจอ”

ระหว่างการควบคุมตัว ถูกคุกคามถูกขู่ไหม
ไม่มีอะไร มีนอกเครื่องแบบที่คอยเดินคุมกวนตีนนิดหน่อย แต่ก็ด่ากลับไป

ส่งตัวกลับยังไง 
วันนี้ถูกพากลับมาจากกาญจนบุรีมาถึงกรุงเทพฯ ตอน 11.00 น. เขาก็พาไปคุยกับตำรวจนอกเครื่องแบบ ที่ร้านรถเสบียง แถวสามเสน เขาพาผมไปที่ห้องด้านในสุด เขาเรียกตำรวจคนนั้นกันว่า ผู้บัญชาการ แต่ไม่รู้ยศอะไร ชื่ออะไร ไม่ได้ถามเขา

คุยอะไรกันบ้าง
เขาพูดจาไม่ค่อยดี ขู่โน่นนี่นั่นตลอด ขู่ว่า ระวังนะ ถ้าคุณยังจะเคลื่อนไหวอยู่ ผมน่ะจงรักภักดีนะ คุณยังไม่สำนึกอีกเหรอ ผมก็เถียงซิ สำนึกของคุณคืออะไร ทำไมต้องมากะเกณฑ์ว่าทุกคนต้องคิดเหมือนคุณหมด ผมก็มีสำนึกของผมเหมือนกัน เขาโมโหใหญ่ ปรี๊ดขึ้นเลย พูดว่า มึงอย่าเผลอละกัน มึงอย่าให้พลาดนะมึง ระวังนะ อย่าพลาดนะ จะรวมคดีทั้งหมด เอาให้ติดคุกยาวเลย ผมก็คิดว่า โอ๊ย ถ้ามึงจะเอาให้เป็นคดีจริง ๆ มึงยัดกูมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่จะมายัดทีหลังหรอก

เขาพยายามบอกว่า อย่าพลาดละกัน ถ้าพลาดเขาจะเอาที่ผมโพสต์ก่อนหน้านี้มาฟ้องคดี 116 ผมบอกว่า จะฟ้อง 116 ได้ยังไง ก็คุณไปโพสต์ว่า วันที่ 26 จะใส่เสื้อแดงไปเคลื่อนไหวอะไร อย่างนี้เข้าข่ายปลุกปั่น ผมถามว่า ปลุกปั่นยังไง ผมไม่ได้เชิญแขกเลยแม้แต่คนเดียว ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่า สถานที่ไหน เวลาไหน แล้วจะไปปลุกปั่นได้ยังไง ผมก็เถียงเขาเลย

คุยกันเสร็จเขาเอาเอกสารมาให้ผมเซ็น 4-5 แผ่น ว่าผมไปอย่างเต็มใจ แล้วเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผมอย่างดี ผมก็เถียงเขา ตำรวจน่ะโอเค ไม่มีปัญหา แต่ไอ้ทหาร 3 คนแรกที่เข้ามาลากผมออกมาจากบ้านเนี่ยจนเป็นแผล ผมก็เปิดแผลให้เขาดู มีรอยแผลเต็มไปหมดเลย ผมไม่ยอมรับ เขาก็บอกว่า เอาน่า หยวน ๆ ไปเถอะ ก็ได้เที่ยวแล้วไม่ใช่เหรอ ผมบอกว่า ได้เที่ยวก็ส่วนได้เที่ยวซิ ไม่ได้เต็มใจเที่ยวซะหน่อย ยังไงผมก็จะเอาปากกาเติมลงไปว่า ผมยกเว้นทหาร 3 คนที่ใช้ความรุนแรงกับผม เขาก็ไม่ยอม เขาไม่พอใจ บอกว่า มึงนี่หัวหมอนักนะ งั้นก็ไม่ต้องเซ็น ผมบอกว่า ไม่เซ็นก็ไม่เซ็น ตำรวจพูดว่า ไม่เซ็นก็ไม่ได้กลับ ไม่กลับก็ไม่กลับ อยู่ก็ได้

สรุปว่ายังไง
สุดท้ายเขาก็ยอมให้ผมแก้ ไม่งั้นผมก็ไม่ยอมเซ็น ผมเขียนเติมลงไปว่า “ยกเว้นทหาร 3 คน ที่ควบคุมตัวผมด้วยความรุนแรง” (ตำรวจไม่ให้สำเนาเอกสารที่เซ็นมาด้วย) นอกจากใบที่เซ็นว่า ผมเต็มใจไปและได้รับการปฏิบัติอย่างดีแล้ว ก็เป็นรูปถ่ายของผมตอนที่ไปเที่ยว ซึ่งเขาถ่ายผมไว้ตลอดว่า ไปเที่ยวที่ไหน

ผมถูกยึดโทรศัพท์ตั้งแต่โทรแจ้งข่าวทนายอานนท์ตอนทหารไปที่บ้าน เพิ่งจะได้คืนตอนเขามาส่งที่บ้าน แล้วเขาก็ปิดเครื่องตลอด ถอดแบตออกด้วย เพราะวันที่ไม่เดินเลย พอผมเปิดเครื่องมา เครื่องโชว์วันที่ 24 อยู่ แสดงว่าเขาถอดแบตโทรศัพท์ออกเลย

การรายงานข่าวเรื่องการถูกจับกุมตัวทำให้ผมปลอดภัย พออานนท์โพสต์ว่า ทหาร 11 คน มาถึงบ้าน ให้ผมเลือก ตำรวจโทรมาหาผมเลย บอกให้ช่วยโทรบอกอานนท์หน่อยได้มั้ยว่าผมเลือกที่จะไปกาญจน์ ถ้าไม่มีคนรายงานข่าว เรื่องเงียบ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาผมไปปู้ยี่ปู้ยำที่ไหนไม่รู้ ตำรวจบอกเองเลยว่า พอเป็นข่าวก็เลยไม่กล้าทำอะไรเลย

เมื่อก่อนนี้จะมีการอุ้มเข้าค่าย หรือจับตัวแจ้งข้อหาดำเนินคดี เดี๋ยวนี้ทหารเปลี่ยนมาใช้วิธีการแบบนี้ คิดว่ามันดัีขึ้นไหม ชอบไหม
ไม่ได้ชอบ มันเป็นการบีบบังคับเรา ละเมิดสิทธิ์เรา จำกัดเสรีภาพเราเหมือนเดิม และอาจเป็นการทำให้ภาพพจน์ของทหารดีขึ้นเท่านั้น

 

Related posts