Search

“ไมเคิล แจ็คสัน” นำอันดับหนึ่ง คนดังเสียชีวิตแล้วที่ยังทำรายได้สูงสุด

FILE – In this March 5, 2009 file photo, US singer Michael Jackson announces that he is set to play ten live concerts at the London O2 Arena in July, which he announced at a press conference at the London O2 Arena. Jackson and Sony Corp. announced Monday, แม้ราชาเพลงป็อบ “ไมเคิล แจ็คสัน” เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 8 ปีก่อน แต่เขายังคงสร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์ให้คนที่อยู่ข้างหลัง นิตยสาร Forbes จัดอันดับคนดังที่เสียชีวิตแล้ว แต่ยังทำรายได้มากที่สุด โดย... Read More

นิธิ เอียวศรีวงศ์: ยุคแห่งความหงอยเหงา

Posted: 01 Nov 2017 01:06 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) นิธิ เอียวศรีวงศ์   ระบบราชการซึ่งเป็นเครื่องมือของรัฐสมัยใหม่ในปัจจุบัน มีทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนแอไปพร้อมกัน เราพูดถึงด้านเข้มแข็งมามากจนมักลืมคิดถึงด้านอ่อนแอของระบบราชการ หากพูดถึงด้านอ่อนแอ ก็มักพูดถึงขั้นตอนอันยุ่งยากหลายซับหลายซ้อนซึ่งไม่จำเป็น และทำให้ประชาชนเข้าไม่ถึงบริการของรัฐ หรือการทุจริตคดโกงของข้าราชการ หรือสมรรถนะที่ไม่เอาไหนของระบบราชการ แต่ความอ่อนแอเหล่านี้แก้ได้ จะปรับจะเปลี่ยนตัวบุคคลหรือระบบ กระบวนการ โครงสร้าง ฯลฯ บางอย่างก็อาจทำให้ความอ่อนแอเช่นนี้ของระบบราชการหมดไป หรือน้อยลง ระบบอะไรๆ ในโลกก็ล้วนมีความอ่อนแอเช่นนี้ คือปฏิบัติงานไม่ได้ตามเป้าหมายด้วยเหตุต่างๆ ทั้งสิ้น แต่ความอ่อนแอของระบบราชการที่ผมอยากพูดถึง คือความอ่อนแอที่มีในระบบ ซึ่งแก้ไม่ได้ และมีในระบบราชการของทุกรัฐในโลกนี้ แต่ในการบริหารของรัฐต่างๆ มักไม่ได้อาศัยแต่ระบบราชการเพียงอย่างเดียว ยังต้องอาศัยอะไรที่อยู่นอกระบบราชการอีกหลายอย่าง ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ภาษาอังกฤษมีคำเรียกระบบราชการแบบเก่าว่า mandarinate (ภาษาไทยน่าจะเป็นระบบขุนนาง) และเรียกระบบราชการแบบใหม่ว่า bureaucracy แต่นักวิชาการก็ชี้ให้เห็นว่าไม่มีเส้นที่แบ่งระหว่างสองระบบนี้ชัดนักหรอก กล่าวอย่างกว้างๆ ระบบขุนนางคือระบบที่ใช้กำเนิดและเส้นสายเป็นเกณฑ์การคัดคนเข้าสู่ระบบ ในตัวระบบเองไม่มีการแบ่งแยกหน้าที่ชัดเจนนัก ทำให้ “ข้าราชการ” ไม่อาจพัฒนาทักษะฝีมือเฉพาะด้านได้ มักไม่จ่ายเงินเดือน แต่แจกอภิสิทธิ์ให้ไปหากินเอาเอง ทำให้แยกระหว่างการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการปฏิบัติหน้าที่ออกจากกันได้ยาก แม้ว่าระบบขุนนางต้องการคนเก่งเหมือนกัน แต่สายสัมพันธ์มีความสำคัญกว่า อีกทั้งไม่มีการตรวจสอบการทำงานที่เป็นระบบ การเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งก็อาจกระทบต่อโครงสร้างความสัมพันธ์ทางการเมือง จึงไม่ค่อยทำหรือต้องทำอย่างระมัดระวัง ความมั่นคงในตำแหน่งกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการทำงาน จึงเป็นธรรมดาที่ขุนนางมักมีแนวโน้มอนุรักษนิยม... Read More