Search

ผู้นำกาตาลุญญาลงนามประกาศเอกราชแต่ยังไม่บังคับใช้ หวังเปิดโต๊ะเจรจา รบ. กลาง

Posted: 11 Oct 2017 02:34 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ประชามติมอบอาณัติให้รัฐบาลท้องถิ่นแยกตัว แต่ขอเลื่อนการแยกตัวออกไปอีกไม่กี่สัปดาห์เพื่อเปิดโต๊ะเจรจา รองนายกฯ สเปนลั่น จะไม่ร่วมเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น ฝ่ายค้านประณามการแยกตัวคือรัฐประหาร ไม่มีชาติไหนในยุโรปยอมรับการแยกตัวและประชามติ (ล่าง)การ์เลส ปุกเดมอนด์ แถลงเรื่องการประกาศตัวเป็นเอกราชในรัฐสภากาตาลัน (ที่มา: Parliament de Catalunya) 10 ต.ค. 2560 สำนักข่าวเดอะการ์เดียน ของสหราชอาณาจักรและยูโรนิวส์ รายงานวา การ์เลส ปุกเดมอนด์ หัวหน้ารัฐบาลท้องถิ่นแคว้นกาตาลุญญาประกาศเอกราชจากสเปนหลังตนและผู้นำในแคว้นกาตาลุญญาลงนามในเอกสารประกาศเอกราช แต่ได้ประกาศเลื่อนผลบังคับใช้ออกไปอีกเพื่อเปิดทางให้รัฐบาลกลาง ณ กรุงมาดริด ร่วมโต๊ะเจรจาในวิกฤติการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี 5 เรื่องน่ารู้ เงื่อนไข ทางตันและทางออกก่อนกาตาลุญญาประกาศเอกราช ผลโหวตร้อยละ 90 หนุนกาตาลุญญาแยกตัว หลายฝ่ายกังวลปะทะเดือดวันลงคะแนน ปุกเดมอนด์แถลงในที่ประชุมสภาท้องถิ่นกาตาลันเมื่อคืน โดยกล่าวว่า ประชามติที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาเป็นอาณัติแก่สภาท้องถิ่นให้แยกตัวออกมาเป็นสาธารณรัฐเอกราช แต่เขาจะไม่ผลักดันให้กาตาลุญญาแยกตัวจากสเปนในตอนนี้ “เราได้มาถึงวาระอันเป็นประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ผมขอแสดงความรับผิดชอบในฐานะของประธานรัฐบาลกาตาลุญญาและตัวแทนของพวกคุณ และพลเมืองทั้งหมด ผลประชามติและประชาชนได้ให้อาณัติแก่กาตาลุญญาให้มีเอกราชในฐานะสาธารณรัฐ” ปุกเดมอนด์ กล่าว “เราเสนอให้เลื่อนการประกาศเอกราชออกไป เป็นอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อเปิดให้มีเวลาในการพูดคุย” “ภายในสัปดาห์หน้า... Read More

พิธีกรรม ความคิด และชีวิตในล้านนา | คนสามัญ อานันท์ 70 ปี

Posted: 11 Oct 2017 02:51 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) สัมมนาวิชาการ “มานุษยวิทยา ล้านนาคดี และประวัติศาสตร์นิพนธ์ คนสามัญ อานันท์ 70 ปี” วันที่ 20 – 21 เดือนกันยายน พ.ศ. 2560 ห้องประชุม 1 อาคารรวมวิจัยและบัณฑิตศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วงนำเสนอบทความ “พิธีกรรม ความคิด และชีวิตในล้านนา” ดำเนินรายการโดย เสาวรีย์ ชัยวรรณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวข้อการนำเสนอประกอบด้วย (1) อัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอหัวข้อ “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: การเขียนประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และการประดิษฐ์พิธีเซ่นเมืองกับการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม วิเคราะห์ถึงบทบาทปัญญาชนไทและเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นในภาคกลางตอนเหนือของเวียดนาม” (2) สุวิภา จำปาวัลย์ สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำเสนอหัวข้อ “คติจักรวาลกับโลกทัศน์ของคนล้านนา” (3) พิสิษฏ์ นาสี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำเสนอหัวข้อ “โลกาภิวัตน์ ครูบาสมัยใหม่ และการสร้างเครือข่ายในสังคมพุทธร่วมสมัยของประเทศไทย”... Read More

หมูสยามกับพญาอินทรี (ในมุมมองสัจนิยมใหม่)

Posted: 11 Oct 2017 04:38 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ถ้าไม่มุ่งสอพลอเยินยอกันเกินไป นักวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะพบว่า การเยือนสหรัฐของหัวหน้าคณะรัฐประหารไทยไม่ได้มีอะไรเกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากเท่ากับประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของฝ่ายสหรัฐ ถ้าแนวคิดสัจนิยมใหม่คือการมองระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและดุลแห่งอำนาจแบบอนาธิปัตย์แล้วไซร้ เราจะเห็นว่า ภูมิศาสตร์ทางการเมืองระหว่างประเทศในยุคปัจจุบันนั้น สหรัฐยังมีกำลังทางทหารอย่างล้นเหลือเกินกว่าใครจะต้านทานได้อยู่แล้ว แต่อิทธิทางเศรษฐกิจและการเมืองนั้นลดลงอย่างมากอันเนื่องมาจากการเติบโตของจีน สิ่งที่สหรัฐในสมัยทรัมป์จะต้องทำคือ “จำกัด” การเติบของจีนไม่ให้กลายเป็นภัยคุกคามกับอิทธิพลของสหรัฐ ดังนั้นทรัมป์จึงเรียกหา “พันธมิตร” ที่จะเสริมอิทธิพลของสหรัฐ การเชิญผู้นำจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปวอชิงตันนับแต่เขาขึ้นสู่ตำแหน่งจึงเป็นการบอกกับจีนกลายๆว่า สหรัฐยังมีอิทธิพลและพรรคพวกในย่านนี้ (ควรจะเกรงใจกันหน่อย) แต่ทรัมป์เป็นพ่อค้า แทนที่เขาจะให้รางวัลกับพันธมิตรที่ไปเยือนเขาในรูปของความช่วยเหลือต่างๆเหมือนอย่างที่เคยๆในยุคกลางศตวรรษที่ 20 เขากลับขายของให้ผู้นำเหล่านั้นราวกับว่า ชาวอุษาคเนย์ไปเที่ยวอเมริกาแบบทัวร์ศูนย์เหรียญก็ไม่ปาน ตอนที่นายกเหวียนวันฟุกไปเยือนสหรัฐในเดือนพฤษภาคมนั้นเวียดนามเซ็นสัญญาธุรกิจกันมีมูลค่าถึง 8,000 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งคำนวนเป็นการจ้างงานในสหรัฐได้ถึง 23,000 ตำแหน่ง และในนั้นเวียดนามต้องซื้อสินค้าอเมริกันเป็นมูลค่า 3,000 ล้านดอลล่าร์ และเวียดนามก็ได้ชื่อว่า มีสหรัฐเป็นพันธมิตรคานอำนาจกับจีนในปัญหาทะเลจีนใต้ (จริงหรือไม่ก็คอยดูกันต่อไป) ตอนนายกนาจีปแห่งมาเลเซีย ไปเยือนสหรัฐสองสัปดาห์ก่อนหน้านายกประยุทธ์เขาต้องสัญญาว่ามาเลเซียแอร์ไลน์ซื้อและจะซื้อเครื่องบินโบอิ้งรวมๆแล้วกว่า 50 ลำ เป็นเสมือนของฝากติดไม้ติดมือไปให้ทรัมป์ ผู้ซึ่งก็ไม่ได้ให้อะไรกับผู้นำมาเลย์มากไปกว่าให้ไปเยือนทำเนียบขาวในระหว่างที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังพิจารณาดำเนินคดีอันเกี่ยวเนื่องกับการทุจริตในกองทุน 1MDB อันฉาวโฉ่ของนาจีป ทรัมป์โทรมาเชิญนายพลของไทยไปเยือนทำเนียบขาว เพราะรู้ว่า คนพวกนี้โหยหาวันชื่นคืนสุขสมัยสงคราม (ทั้งร้อนและเย็น) แน่นอนทรัมป์ต้องการให้ไทยอยู่ในอ้อมแขนสหรัฐต่อไปในฐานะพันธมิตรเก่าแก่ในแบบ treaty ally เพราะนายพลไทยเอาไพ่จีนมาต่อรอง... Read More

เมื่อ ‘หุ่นยนต์-AI’ เข้ามาแทนที่คน ‘ผู้หญิง’ เสี่ยงตกงานมากกว่า ‘ผู้ชาย’

Posted: 11 Oct 2017 05:24 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ที่สหรัฐฯ พบผู้หญิงเสี่ยงตกงานมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่าจากการปฏิวัติหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ บ้านเรา ‘สิ่งทอ-ชิ้นส่วนยานยนต์-เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์’ ที่มีสัดส่วนการจ้างงานแรงงานฝ่ายผลิตหญิงสูง ก็มีความเสี่ยงสูญเสียงาน หากมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในอนาคต งาน ‘แคชเชียร์’ หรือ ‘พนักงานเก็บเงิน’ เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติในปีต่อ ๆ ไป ถึงร้อยละ 97 และในสหรัฐฯ ในปี 2016 ร้อยละ73 ของพนักงานเก็บเงินคือผู้หญิง ที่มาภาพประกอบ: wikimedia.org นอกจากข้อถกเถียงที่ว่า ‘ระบบอัตโนมัติ’ จะสร้างหรือทำลายตำแหน่งงานของมนุษย์ ก็ยังมีคำถามสำคัญอีกอย่างคือคนกลุ่มใดที่จะได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) นี้มากที่สุด จากรายงานของสถาบันการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์เชิงพื้นที่ (ISEA) เมื่อเดือน มิ.ย. 2560 ระบุว่าความก้าวหน้าของระบบอัตโนมัตินอกจากจะทำให้แรงงานในสหรัฐฯ เสี่ยงต่อการสูญเสียงานกว่าล้านตำแหน่งแล้ว ก็ยังมีประเด็น ‘ความเหลื่อมล้ำทางเพศ’ แฝงอยู่ เพราะผู้หญิงเสี่ยงที่จะตกงานมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่า ผู้หญิงในสหรัฐฯ ทำงานอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงที่ต้องสูญเสียงานให้กับระบบอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น งาน ‘แคชเชียร์’ หรือ ‘พนักงานเก็บเงิน’ มีการประเมินว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติในปีต่อ ๆ ไป ถึงร้อยละ 97 และในสหรัฐฯ... Read More

คำนำเสนอ ประวัติศาสตร์สังคมล้านนา: ความเคลื่อนไหวของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นของ อานันท์ กาญจนพันธุ์

Posted: 11 Oct 2017 05:44 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) วศิน  ปัญญาวุธตระกูล เขียน ชัยพงษ์  สำเนียง บรรณาธิการ  หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2527 เวลาล่วงมากว่า 30 ปี แต่แนวคิดและวิธีวิทยายังสามารถอธิบายสังคมภาคเหนือได้อย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางการศึกษาประวัติศาสตร์ที่มีข้อมูล และการเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายกว่าในอดีต แต่ทว่าการศึกษาประวัติศาสตร์สังคม วัฒนธรรมล้านนา (ภาคเหนือ) ยังมีปริมาณที่จำกัด ซึ่งเราอาจถือเอางานชิ้นนี้เป็นหมุดหมายของการศึกษา และการกลับมาพิมพ์ใหม่อีกครั้งอาจจุดประกายให้เกิดการศึกษาแนวทางนี้มากขึ้น นอกจากนี้ผู้เขียนในเพิ่มบทความใหม่อีกสี่ชิ้น เพื่อให้เกิดการอธิบายประวัติศาสตร์สังคมภาคเหนือให้กว้างและลึกกว่าเดิม แต่กระนั้น หนังสือเล่มนี้วางอยู่บนฐานของการใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยา ที่มีความคิดและทฤษฎีบางอย่างอยู่เบื้องหลังการอธิบาย ซึ่งอาจไม่คุ้นเคยนักสำหรับประวัติศาสตร์บางสำนัก ทั้งที่ก็ผ่านมากว่า 30 ปี ปกหน้า หนังสือเล่มนี้มีสองส่วนที่อาจต่อกัน หรือไม่ต่อกัน แล้วแต่ว่าผู้อ่านแต่ละคนจะใช้แว่นชนิดใดในการมอง ในส่วนแรกงานชิ้นนี้ผู้ถึงตำนาน แล้วสร้างประวัติศาสตร์สังคมผ่านตำนาน อ.อานันท์ กาญจนพันธุ์ เสนอว่าตำนานไม่ใช้ข้อเท็จจริง หรือความจริง แต่คือ วิธีคิด การไปค้นหาความจริงจากตำนานเลยไม่สามารถหาได้ ซึ่งแตกต่างจากนักประวัติศาสตร์ที่อ่านตำนานเพื่อหาข้อเท็จจริง จึงเห็นว่าตำนานเป็นสิ่งที่หาแก่นสารไม่ได้  อ. อานันท์ เสนอว่า “เอกสารประเภทตำนานเหล่านี้แม้จะสร้างภาพอดีตของล้านนาให้อุดมไปด้วยรายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆ แต่เนื่องจากลักษณะของตำนานผสมผสานเอาเรื่องราวที่เป็นอภินิหารและความเชื่อในนิยายปรัมปราเข้าไว้มาก ทำให้ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับความเชื่อถือเท่าที่ควรในฐานะเป็นเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แท้ที่จริงนักประวัติศาสตร์ล้านนาในปัจจุบันอ่านตำนานเพียงเพื่อจะค้นเอารายละเอียดของเหตุการณ์โดยปราศจากความเข้าใจในความหมาย วัตถุประสงค์และลักษณะความคิดพื้นฐานที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นตำนาน... Read More

วงเสวนาชี้ทางแก้ปัญหาคนจนติดคุก แนะใช้ระบบประเมินความเสี่ยงแทนการเรียกเงินประกันตัว

Posted: 11 Oct 2017 07:59 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) วงเสวนาปฏิรูปการประกันตัวเพื่อความเสมอภาคในสังคม เผยข้อมูลมีผู้ถูกขังอยู่ในเรือนจำระหว่างพิจารณาคดีทั่วประเทศหกหมื่นกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นคนจนไม่มีเงินประกันตัว พร้อมชำแหละเงินประกันไม่ใช่สิ่งจำเป็น แนะควรใช้ระบบประเมินความเสี่ยงหลบหนี เพื่อปล่อยตัวชั่วคราว 11 ต.ค. 2560 ที่ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีการจัดงานแถงข่าว และเสวนาวิชาการในหัวข้อ “ปฏิรูปการประกันตัวเพื่อความเสมอภาคในสังคม: ร่วมกันแสวงหามาตรการทดแทนการขังระหว่างพิจารณาคดี” โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ศาสตราจารย์สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เฮนนิ่ง กลาซเซอร์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาความเป็นเลิศด้านนโยบายสาธารณะและธรรมมาภิบาล เยอรมัน-อุษาคเนย์ (CPG) , บุญรอด ตันประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 1 และมุขเมธิน กลั่นนุรักษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยเครือข่ายปฏิรูปการประกันตัวเพื่อคนจน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการทำแคมเปญรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ Chang.org ปัจจุบันมีผู้ร่วมลงชื่อทั้งหมด (11 ต.ค. 2560) 10,482 รายชื่อ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ชี้ในการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว ศาลต้องมองเห็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย บุญรอด ระบุว่า... Read More

คดี ส. ศิวรักษ์หมิ่นพระนเรศวรบอกอะไร

Posted: 11 Oct 2017 09:22 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) สุรพศ ทวีศักดิ์ “ผมอยากจะเตือนให้ทุกคนมีความกล้าหาญ อย่าสยบยอมกับเผด็จการ ต้องมีความกล้าหาญที่จะทำและต้องกล้าพูดความจริง แม้จะต้องสูญเสียอิสรภาพก็จำเป็น เพราะถ้าบ้านเมืองไหนไม่มีสัจจะ ไม่มีความกล้า บ้านเมืองนั้นก็เป็นที่อยู่สำหรับปศุสัตว์ไม่ใช่สำหรับมนุษย์” – ส. ศิวรักษ์ – (ทีมา Facebook iLaw) ข้อความข้างบนเป็นคำกล่าวของ ส. ศิวรักษ์ หลังจากพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามแจ้งว่า มีความเห็นสั่งฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐาน “หมิ่นพระนเรศวร” และนำตัวเขาไปที่ศาลทหารกรุงเทพเพื่อส่งสำนวนฟ้องให้แก่อัยการศาลทหาร เมื่ออัยการตรวจสำนวนคดีเสร็จ จึงนัดหมายให้มาฟังคำสั่งอัยการในวันที่ 7 ธันวาคม 2560 เหตุการณ์ที่นำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว เกิดจากกรณีที่ ส. ศิวรักษ์ได้ร่วมอภิปรายเรื่อง “ประวัติศาสตร์ว่าด้วยการชำระและการสร้าง” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2557 โดยเขาได้แสดงความเห็นเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวร แต่ถามว่า การวิพากษ์วิจารณ์บุรพกษัตริย์ไทยในทางวิชาการเคยมีหรือไม่ คำตอบคือดูเหมือนเรื่องเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในในการศึกษาประวัติศาสตร์ ดังบทความชื่อ “ความไม่มั่นคงของกองทัพไทย” ของสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ได้อ้างถึงข้อความในหนังสือ “ประวัติโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า” เล่ม... Read More

ปลุก ‘ปีศาจ’ กับ กิตติพล สรัคคานนท์

Posted: 11 Oct 2017 09:36 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล นัชชา ตันติวิทยาพิทักษ์ สัมภาษณ์และเรียบเรียง คุยกับ กิตติพล สรัคคานนท์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ 1001 ราตรี ผู้ก่อตั้ง ‘รางวัลปีศาจ’ รางวัลวรรณกรรมหน้าใหม่ ที่สนับสนุนแนวคิดที่ก้าวหน้า มีมาตรฐานอย่างต่ำคือความเป็นประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน กับแนวคิดของรางวัลที่ “ผู้มอบรางวัลรู้สึกขอบคุณที่คุณทำสิ่งนี้ด้วยใจจริง และผู้รับไม่ต้องรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ หรือต้องค้อมตัวลงไปรับ” ชวนมองวงการวรรณกรรมไทยจากจุดเริ่มต้นของรางวัลซีไรต์ ความเป็นซีไรต์ที่ควรถูกตั้งคำถาม ด้วยพิธีการรกรุงรังไม่จำเป็นเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล กระบวนการตัดสินที่ปิดลับ โครงสร้างของคณะกรรมการที่มีความเป็นพวกพ้อง กรรมการที่ไม่จำเป็นต้องอ่านงานเขียนในการตัดสินผู้ได้รางวัล ความเป็นสถาบันของซีไรต์ที่ในที่สุดก็หนีไม่พ้นการสนับสนุนค่านิยมกระแสหลัก อันเป็นที่มาของรางวัลปีศาจ ที่กิตติพลบอกว่า เป้าหมายหลักอาจไม่ใช่การท้าทายซีไรต์ แต่เป็นการทำ “สิ่งที่ควรมีมาตั้งนานแล้ว” ให้เป็นรูปธรรมสักที กิตติพล สรัคคานนท์ วงการวรรณกรรมกับจุดเริ่มต้นของรางวัลซีไรต์ เมื่อไหร่ที่เราเริ่มตั้งคำถามกับความเป็นซีไรต์? ในความรู้สึกผม ซีไรต์มันเกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ มันมีนัยสำคัญทางการเมือง เป็นที่รู้กันว่าหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ภายหลังการหนีเข้าป่าของนักศึกษา ภายหลังการเคลื่อนไหวของพคท. มันส่งผลกับความคิดและแน่นอนส่งผลกับวรรณกรรม ซีไรต์เกิดขึ้นมาอย่างน่าคิด เพราะมาพร้อมๆ กับการโปรโมทรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ซึ่งคำนี้มีนัยสำคัญยังไงบ้าง หลายคนบอกว่าวรรณกรรมที่ผู้มีอำนาจทั้งหลายจะเป็นรัฐหรืออะไรก็ตามไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ก็คือวรรณกรรมเพื่อชีวิต... Read More