Search

แรงงานนอกระบบหญิงเกาหลีใต้ ผู้ต่อสู้กับทั้งสัญญาจ้างไม่เป็นธรรมและกับแนวคิดชายเป็นใหญ่

Posted: 09 Oct 2017 12:45 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) แม้จะเคยถูกผู้หญิงระดับสูงในภาครัฐตราหน้าพวกเธอออกสื่อว่าเป็น “กะหรี่บ้า” แต่กลุ่มแรงงานนอกระบบในโรงเรียนรัฐเกาหลีใต้ที่มีสัญญาจ้างไม่มั่นคงก็ยังคงยืนหยัดเรียกร้องให้คนทำงานแบบเดียวกับพวกเธอมีสภาพการจ้างที่ดีขึ้น รวมถึงมีค่าแรงที่ดีขึ้น และต่อสู้กับแนวคิดชายเป็นใหญ่กดทับมาตลอดว่า งานทำครัว งานปัดกวาดเช็ดถูของพวกเธอนั้นเป็นไม่สำคัญเท่างานอื่นที่ถูกอ้างว่าเป็น “งานผู้ชาย” 9 ต.ค. 2560 กลุ่มแรงงานหญิงนอกระบบในเกาหลีใต้กำลังมีการรวมตัวกันภายใต้การจัดตั้งแรงงานหน้าใหม่นำโดยหญิงที่เคยถูกจ้างงานแบบนอกระบบมาโดยตลอด 16 ปี โดยมีการจัดประท้วงหยุดงานกันเมื่อช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยสมาพันธ์แรงงานเกาหลีใต้ (KCTU) เพื่อเรียกร้องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำระดับประเทศ โดยมีคนทำงานสัญญาจ้างนอกระบบหลายหมื่นคนประท้วงด้วยการเดินออกจากที่ทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานหญิงที่ทำงานด้านการดูแล การทำความสะอาด และคนทำงานโรงอาหาร ในโรงเรียนของรัฐร้อยละ 27 ของประเทศ แรงงานนอกระบบในเกาหลีใต้หรือ (Irregular worker) หมายถึงแรงงานล่วงเวลาหรือแรงงานที่มีสัญญาระยะสั้นโดยที่ไม่มีความมั่นคงในหน้าที่การงานและไม่ได้รับสวัสดิการ แม้จะเป็นแรงงานนอกระบบแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะทำงานน้อยกว่าคนอื่น จากกระดานข่าวของสหภาพแรงงานนอกระบบของโรงเรียนรัฐเกาหลี (NSIWU) มีรายหนึ่งเล่าว่า เธอต้องทำงาน “อาบเหงื่อต่างน้ำ” อยู่หน้าเตาไฟร้อนๆ ตลอดทั้งวัน บางทีแทบจะไม่มีเวลาไปดื่มน้ำ พอมีเวลาพักบ้างเล็กน้อยหัวหน้างานก็คิดว่าพวกเธออู้งานเพราะไม่มีอะไรทำโดยไม่ได้มองเห็นเลยว่าพวกเธอทำงานหนักอะไรบ้าง ส่วนใหญ่แล้วสมาพันธ์แรงงาน KCTU มักจะนำโดยผู้ชาย แต่การประท้วงในคราวนี้นำโดยแรงงานหญิงอย่าง ปากกึมจา เธอทำงานในโรงอาหารที่โรงเรียนของรัฐในเมืองซุนชอนมาเป็นเวลา 16 ปี แล้ว เธอต้องทำงานในสภาพที่มีเสียงดังมากจนทำให้เธอสูญเสียการได้ยิน งานของเธอหนักจนทำให้เป็นแผลร้อนในในปาก... Read More

เปิดตัวหนังสือ ‘ศาลรัฐประหาร: ตุลาการ ระบอบเผด็จการ และนิติรัฐประหาร’ [คลิป]

Posted: 09 Oct 2017 08:11 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) เสวนาจาก “ตุลาการภิวัตน์” สู่ “ศาลรัฐประหาร” ปัญหาตุลาการกับการเมืองในระบบนิติรัฐ-ประชาธิปไตยแบบไทยๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2560 ที่ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ อาคารอเนกประสงค์ 1 ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยเป็นการเสวนาในวาระเปิดตัวหนังสือ “ศาลรัฐประหาร: ตุลาการ ระบอบเผด็จการ และนิติรัฐประหาร” จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ช่วงแรกอภิปรายโดย พูนสุข พูนสุขเจริญ, สมชาย ปรีชาศิลปกุล และอธึกกิต แสวงสุข อภิปรายและนำเสนอโดย ปิยบุตร แสงกนกกุล พร้อมการถามตอบ อภิปรายโดย พูนสุข พูนสุขเจริญ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, อธึกกิต แสวงสุข คอลัมนิสต์นามปากกา “ใบตองแห้ง”, ปิยบุตร แสงกนกกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ชัยธวัช ตุลาธน Read More

ทีดีอาร์ไอ เปิดสูตรความร่วมมือทางสังคมที่หวังผลได้ของไทย

Posted: 09 Oct 2017 12:52 PM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ทีดีอาร์ไอ เสนอ ‘SIP Model’ นวัตกรรมความร่วมมือทางสังคมที่หวังผลได้สำหรับไทย เปลี่ยนมุมมองใช้เงินลงทุนเพื่อสังคม ทั้งงบรัฐ ซีเอสอาร์เอกชน และเงินบริจาคของคนไทย ที่อยู่ในภาวะแยกส่วน กระจัดกระจาย ไม่ต่อเนื่อง ไม่เห็นผล มาเป็นการร่วมคิด ร่วมทำ มีองค์กรกลางบริหาร ตรวจสอบและวัดผลได้  9 ต.ค. 2560 รายงานข่าวจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แจ้งว่า บุญวรา สุมะโน เจนพึ่งพร นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยผลการศึกษารูปแบบของการสร้างความร่วมมือที่เน้นผลลัพธ์เพื่อสังคม (Social Impact Partnership Model : SIP Model)  โดยระบุว่า ภาพรวมของการให้บริการทางสังคมของไทยในปัจจุบันนั้น ภาครัฐซึ่งมีบทบาทหลักและดำเนินงานหลายด้าน ส่งผลให้บริการที่ให้ไปส่วนมากเป็นไปในรูปแบบเหมาแข่งและตั้งรับ ขณะที่ภาคเอกชนมีเงินทุนซีเอสอาร์ในการทำโครงการเพื่อสังคมแต่บางครั้งยังขาดความต่อเนื่อง ส่วนภาคประชาสังคมซึ่งทำงานใกล้ชิดกับประชาชนและเข้าใจสภาพที่แท้จริงของปัญหา ก็มักขาดแคลนทุนดำเนินงาน การให้บริการทางสังคมของไทยจึงยังเป็นลักษณะ แยกส่วน  บางโครงการไม่ต่อเนื่อง จึงไม่เห็นผล ทั้งที่เงินลงทุนเพื่อสังคมมีมากในแต่ละปี   เฉพาะเงินบริจาคของคนไทยมีถึงปีละประมาณ 7 หมื่นล้านบาท... Read More

คุยกับผู้รายงานพิเศษ UN ปัญหา แนวทาง เป้าหมายอาเซียนกับเสรีภาพการแสดงออก

Posted: 09 Oct 2017 12:58 PM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) เยี่ยมยุทธ สุทธิฉายา: สัมภาษณ์/เรียบเรียง เล่าเรื่องเสรีภาพการแสดงออกที่ติดลบในอาเซียน แนะรัฐเลิกใช้กฎหมายล้าสมัยอย่างยุยงปลุกปั่น กฎหมายหมิ่นฯ สังคมควรยอมรับความเห็นต่าง สังคมที่แข็งแรงต้องคุยกันได้ทุกเรื่อง เปรย รัฐบาลไม่เอาด้วยเพราะกลัวเสียอำนาจ เสนอเส้นแบ่งเฮทสปีชกับเสรีภาพการแสดงออก บทบาทเอกชนในโลกยุคอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องคดี สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักวิจารณ์การเมืองชื่อดังในข้อหา ม.112  ปมกล่าวพาดพิงถึงสมเด็จพระนเรศวรและกรณียุทธหัตถี โดยกล่าวว่า การทรงกระทำยุทธหัตถีไม่มีจริง และมีอีกหลายถ้อยคำที่เข้าข่าย “หมิ่นเบื้องสูง” คดีของ ส.ศิวรักษ์ เป็นเพียงหนึ่งเสี้ยวของการถูกกฎหมายควบคุมการแสดงความคิดเห็นในประเทศไทยอย่างที่เป็นมาช้านาน หากขยับการมองในระดับภูมิภาคอาเซียน ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาภูมิภาคนี้ก็พบกับปรากฏการณ์ที่รัฐบาลจำกัดไม่ให้ประชาชนแสดงออกซึ่งความเห็นในด้านต่างๆ เราเห็นรัฐบาลกัมพูชาทยอยปิดสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหลายหัว เห็นการแสดงความคิดเห็นต่อชาวโรฮิงญาอย่างดุเดือดทั้งในอินเทอร์เน็ตและนอกอินเทอร์เน็ตจากกลุ่มพุทธหัวรุนแรง รวมถึงการจับกุมซีแลน ปาเลย์ ศิลปินและนักเคลื่อนไหวชาวสิงคโปร์โดยตำรวจสิงคโปร์หลังแสดงออกทางสัญลักษณ์รำลึกถึงการถูกควบคุมตัว 32 ปีโดยไม่ถูกตั้งข้อหาของอดีต ส.ส.สิงคโปร์ เชียะไทปอ พระวีระธูปราศรัยโจมตีโรฮิงญา-เอ็นจีโอต่างชาติ ร้อง ร.บ. พม่าประกาศกฎอัยการศึกยะไข่ตอนเหนือ ศิลปินถือกระจกสะท้อน 32 ปีการจองจำนักโทษการเมืองสิงคโปร์-ก่อนถูกรวบตัว 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อจากกัมพูชาเล่าวิกฤติ รบ.... Read More