Search

‘อนุพงษ์’ ระบุอนุมัติ ‘กระทิงแดง’ เช่าพื้นที่ ‘ห้วยเม็ก’ ทำตามขั้นตอน

Posted: 23 Sep 2017 11:20 PM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ‘พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา’ รมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณีให้บริษัทในเครือ ‘กระทิงแดง’ เช่าพื้นที่ ‘ห้วยเม็ก’ ระบุมีการดำเนินการตามขั้นตอนและทำสัญญาประชาคมแล้ว ชี้เรื่องไม่เกิดถ้าได้รับเรื่องว่าประชาชนในพื้นที่คัดค้านตั้งแต่ขั้นตอนแรก แม้จะมีการคืนพื้นที่แล้วแต่ยังไม่สบายใจเพราะต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้เรื่องการคัดค้าน 24 ก.ย. 2560 สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานมอบนโยบาย และแนวทางการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล และภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ 2561 ถึงกรณีที่ได้ลงนามอนุมัติให้ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัทในครือกระทิงแดง ใช้ที่สาธารณะห้วยเม็ก จ.ขอนแก่นว่า พื้นที่สาธารณะใครก็สามารถใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือชาวบ้าน ถ้าขอมาเราก็ต้องให้ ที่ผ่านมาก็เคยมีการขอสร้างโรงเรียน โรงหมอ และเทศบาล แต่เราก็มีเงื่อนไข 5 ปี ถ้าผิดเงื่อนไขก็ต้องเพิกถอนหรือยกเลิกสัญญาได้ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานพยายามจะยื่นเรื่องให้ขอเพิกถอนพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ราชพัสดุ แต่ในส่วนของพื้นที่ห้วยเม็กยืนยันว่ามีการดำเนินการตามขั้นตอนและทำสัญญาประชาคม ซึ่งการทำสัญญาประชาคมประชาชนในพื้นที่ก็ต้องเห็นด้วย จากนั้นจึงจบสิ้นกระบวนการ และทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะไปติดประกาศในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน ถ้าไม่มีประชาชนคัดค้านก็จะส่งเรื่องขึ้นมาในระดับจังหวัดเพื่อสอบถามหน่วยงานต่าง ๆ ว่าได้รับผลกระทบหรือไม่... Read More

แนะขึ้นทะเบียนคนกรีดยางรายย่อยที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์เป็นเกษตรกรชาวสวนยางตามกฎหมาย

Posted: 24 Sep 2017 12:07 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) กสม. เสนอแนะแก้ไขประกาศการยางแห่งประเทศไทย ให้สามารถขึ้นทะเบียนคนกรีดยางรายย่อยที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์เป็นเกษตรกรชาวสวนยางตามกฎหมาย แก้ปัญหาการละเมิดสิทธิและความเหลื่อมล้ำ ที่มาภาพประกอบ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 24 ก.ย. 2560 นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุม กสม.ด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครอง ได้พิจารณาและมีมติส่งเรื่องไปให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ร่วมกันทบทวนและแก้ไขประกาศคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง พ.ศ. 2558 ในส่วนที่เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางของกลุ่มคนกรีดยางรายย่อยซึ่งมีสิทธิได้รับผลผลิตจากต้นยางในสวนยางนั้น ให้สอดคล้องกับเหตุผลและเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 นายวัส กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีคนกรีดยางรายย่อยในจังหวัดภาคใต้รวม 91 คน ร้องต่อ กสม. กรณีได้รับการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ทำให้เสียสิทธิประโยชน์ที่จะพึงได้รับจากรัฐ จากการที่สำนักงานสาขาของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ไม่รับขึ้นทะเบียนผู้ร้องทั้ง 91 คนเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง เนื่องจากไม่มีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือเอกสารรับรองเกี่ยวกับที่ดินมายื่นประกอบการพิจารณาตามที่กำหนดไว้ในประกาศข้างต้น ประธาน กสม. กล่าวว่า มาตรา 4... Read More

นักเศรษฐศาสตร์ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแบบไร้การจ้างงาน

Posted: 24 Sep 2017 03:54 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ประเมินตัวเลขจีดีพีและตัวเลขเศรษฐกิจไทยใหม่ หลังจากภาคส่งออกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าหลัก และการเติบโตเพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน การกระเตื้องขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังมีลักษณะเป็นการฟื้นตัวแบบไร้การจ้างงาน (Jobless Recovery) การฟื้นตัวกระจุกตัวและไม่กระจายอย่างทั่วถึง ที่มาภาพประกอบ: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 24 ก.ย. 2560 ผศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ทางคณะเศรษฐศาสตร์และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูปได้ประเมินตัวเลขจีดีพีและเศรษฐกิจของไทยใหม่หลังจากภาคส่งออกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าหลัก และการเติบโตเพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียน การกระเตื้องขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน การท่องเที่ยวที่เติบโตเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปีนี้จะอยู่ที่ 3.8-4.3% (ประมาณการเดิมอยู่ที่ 3.6-4.2) อัตราเงินเฟ้อยังทรงตัวในระดับต่ำและได้ปรับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั้งปีมาอยู่ที่ 0.8-1% อัตราการขยายตัวของการส่งออกอยู่ที่ 6-7% โดยดุลการค้าเกินดุลลดลงเล็กน้อย จากการเร่งตัวของการนำเข้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าทุน สะท้อนการฟื้นตัวดีขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่อัตราการเติบโตของการท่องเที่ยวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังมีลักษณะเป็นการฟื้นตัวแบบไร้การจ้างงาน (Jobless Recovery) เนื่องจากการฟื้นตัวเกิดขึ้นในกิจการหรืออุตสาหกรรมที่ไม่ได้ใช้แรงงานเข้มข้นและส่วนใหญ่กระจุกตัวในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกของบรรษัทข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีและทุนเข้มข้น เช่น อุตสาหกรรมหมวดอิเลคทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ เป็นต้น และ... Read More

‘เฉลิมชัย’ ยอมรับใช้คำไม่สุภาพในคลิปขู่ทำร้ายรุ่นน้อง

Posted: 24 Sep 2017 04:33 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) ‘เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์’ เขียนข้อความชี้แจงกรณีคลิปข่มขู่ทำร้ายร่างกายรุ่นน้องคณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร ยอมรับใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ และรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  24 ก.ย. 2560 เว็บไซต์ VoiceTV รายงานว่าเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เขียนข้อความจำนวน 7 แผ่น พร้อมเซ็นชื่อกำกับ ชี้แจงกรณีแฟนเพจ Anti Sotus ของเครือข่ายปฎิรูปรับน้องประชุมเชียร์ เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เผยแพร่คลิปวิดีโอ’งานไหว้ครู ครอบครูศิลป์’ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ความยาวประมาณ 20 นาที แล้วปรากฎภาพของอาจารย์เฉลิมชัย ขณะพูดข่มขู่ทำร้ายร่างกายรุ่นน้องคณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยข้อความชี้แจงของอาจารย์เฉลิมชัย ระบุว่ารู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เห็นด้วยการรับน้องในลักษณะนี้ โดยยอมรับว่าตนใช้คำพูดที่ไม่สุภาพ เพียงแต่ต้องการที่จะตักเตือนรุ่นน้องถึงความเหมาะสมในการทำกิจกรรม เพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อคณะจิตรกรรมฯเท่านั้น ทั้งนี้ได้พูดคุยกับคณบดีรวมถึงคณะอาจารย์ ซึ่งทางคณะมีมติให้ยกเลิกการรับน้องแล้ว ซึ่งตนรู้สึกยินดีที่สิ่งที่ทุกคนที่ไม่เห็นด้วยต่อสู้มาสำเร็จแล้ว ส่วนตัวไม่พอใจที่ทางเพจกล่าวหาว่าตนจะทำร้ายเด็ก ซึ่งทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ก็ขอขอบคุณทางเพจและน้อง ๆ ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น Read More

หมายเหตุประเพทไทย #176 ภาพนำเสนอคนพิการในละครทีวีไทย

Posted: 24 Sep 2017 06:18 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ คำ ผกา และประภาภูมิ เอี่ยมสม พูดถึงตำแหน่งแห่งที่ของคนพิการในละครทีวีไทย พร้อมแนะนำรายงาน “คนพิการในละครทีวีไทย: เหยื่อดราม่าอันโอชะ” ของนลัทพร ไกรฤกษ์ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ThisAble.me ทั้งนี้ความพิการที่พบในละคร มักถูกผลิตซ้ำให้ดูไม่สมจริงและขาดความหลากหลาย นำมาสู่การขาดความเข้าใจในประเด็นเรื่องคนพิการ เช่น “พี่ติ๊ก” เจษฎาภรณ์ ผลดี ในละคร “แก้วตาพี่” ที่รับบทตัวละครที่ตาบอด แต่ยังบังคับลูกตาดำได้ หรือเลี่ยงไปสวมแว่นตาดำแทน หรือตัวละครชายน้อย ในละคร “บ้านทรายทอง” ที่ระบุว่า “เป็นง่อย” ซึ่งไม่รู้ว่ามีความพิการใดกันแน่ แต่ในบทละครทุกเวอร์ชันก็มีการนำอาการหลากหลายชนิดมาผสมกันทั้งปากเบี้ยว ตาเหล่ มือหงิก พูดไม่ชัด เดินเอียงไปมา ฯลฯ นอกจากนี้บทของตัวละครพิการยังถูกกำหนดไว้เหมือนเป็นแต้มบุญเพื่อส่งเสริมภาพพจน์ของตัวละครเอก เช่น ในละครบ้านทรายทอง “พจมาน” รับบทดูแล “ชายน้อย” ที่มักถูกตัวละครอื่นรังแก หรือทำให้เป็นเรื่องของบาปบุญคุณโทษ ฯลฯ แทนที่จะทำให้เกิดความเข้าใจเรื่องสิทธิของคนพิการ หรือตระหนักถึงการมีอยู่ของคนพิการในสังคมไทย ในช่วงท้ายของรายการ ทั้งประภาภูมิ และคำ ผกา ยังร่วมกันอภิปรายว่า... Read More

พลานุภาพของความเสื่อม

Posted: 24 Sep 2017 07:26 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เมื่อบริหารประเทศมาระยะเวลาหนึ่ง รัฐบาลมีแนวโน้มเสื่อมความนิยมจากประชาชน บางรัฐบาลใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ความเสื่อมก็มาเยือนอย่างรวดเร็ว บางรัฐบาลก็ใช้เวลายาวนาน กว่าความเสื่อมจะเกิดขึ้น แต่ในท้ายที่สุดก็หลีกหนีไม่พ้นสัจธรรมประการนี้ไปได้ กล่าวได้ว่า “พลานุภาพของความเสื่อม” เกิดขึ้นและแพร่ขยายอย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่า “พลานุภาพของความศรัทธา”ความเสื่อมคืบคลานเข้ามาสู่รัฐบาลอย่างช้าๆแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีลักษณะของการสะสมทับถมไปเรื่อย ๆ ดุจตะกอนของน้ำ เมื่อความเสื่อมเกิดขึ้น ในระยะแรกอาจยังมองไม่เห็นหรือตระหนักถึงอาการแห่งความเสื่อมนั้น หรืออาจจะเห็นความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็พยายามปลอบใจตนเองว่านั่นยังไม่ใช่ลักษณะของความเสื่อม เมื่อถึงจุดหนึ่งความเสื่อมก็แพร่ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง จนสุดจะเยียวยาได้ อะไรคืออาการอันบ่งบอกถึงความเสื่อมของรัฐบาล เราสังเกตได้ไม่ยากนัก หากเฝ้ามองมันอย่างพิเคราะห์ อย่างแรกคือ เสียงแห่งความชื่นชมและการแสดงออกถึงการสนับสนุนค่อย ๆ เงียบลงตามลำดับ โดยเฉพาะจากกลุ่มชั้นนำทางปัญญา ชนชั้นกลาง และสื่อมวลชน แต่ด้วยเหตุที่ความชื่นชมในกลุ่มเครือข่ายใกล้ชิดของรัฐบาลยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก จึงทำให้รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจติดอยู่ในกับดักของมายาคติแห่งความชื่นชมดังกล่าว และไม่ตระหนักรู้ถึง “ความเงียบของเสียงชื่นชม” ของคนวงนอก อย่างที่สอง เสียงแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ค่อย ๆ ดังขึ้น โดยส่วนมากเสียงนี้มักจะเริ่มต้นจากผู้ที่มีทัศนคติและความเชื่อไม่ตรงกับรัฐบาล ในช่วงแรกของการเป็นรัฐบาล เสียงจากฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลมักจะเป็นเสียงที่แผ่วเบาและไม่มีพลังมากนัก รัฐบาลและผู้สนับสนุนมักจะมองข้ามและไม่สนใจใยดีกับเสียงเหล่านั้น แต่เมื่อความเสื่อมเกิดขึ้น เสียงแห่งการวิพากษ์วิจารณ์จะขยายตัวออกไป ผู้คนบางส่วนที่เคยสนับสนุนและเปล่งเสียงชื่นชม ก็เปลี่ยนท่าที และส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาแทน หากรัฐบาลทำเป็นไม่ได้ยินและไม่ให้ความสำคัญกับเสียงวิจารณ์ของผู้ที่เคยสนับสนุน และยังบริหารประเทศเป็นแบบเดิม การวิพากษ์วิจารณ์ก็จะขยายตัวออกไปเป็นวงกว้าง และในบางกรณีก็จะก่อตัวเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อกดดันรัฐบาลให้ปรับเปลี่ยนนโยบายหรือการตัดสินใจทางการเมือง... Read More

ลูกคนโต ลูกชายคนเดียว เด็กคนแรกของหมู่บ้าน ….. พวกเขาคือความหวัง

Posted: 24 Sep 2017 08:07 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) บันทึก 6 ตุลา ในสังคมแบบเอเชีย เด็ก ๆ มักถูกสอนให้ต้องรู้จักกตัญญูทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ดูแลพวกเขาในยามแก่เฒ่า โดยเฉพาะลูกคนโตของบ้านมักต้องรับภาระหน้าที่ทางศีลธรรมนี้มากกว่าใคร เพราะไม่เพียงต้องดูแลพ่อแม่เท่านั้น บางครั้งยังต้องดูแลน้อง ๆ ด้วย และหากเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวจีนด้วยแล้ว เขามักกลายเป็นความหวังของคนทั้งครอบครัวเลยทีเดียว หากเป็นลูกที่เอาถ่าน เรียนหนังสือเก่ง ได้เข้ามหาวิทยาลัย ก็ยิ่งเป็นทั้งความหวังและความภาคภูมิใจของคนทั้งครอบครัว โดยเฉพาะในทศวรรษ 2510 ในยุคที่ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศน้อยกว่าจำนวนนิ้วมือนิ้วเท้ารวมกัน ลูกบ้านไหนเข้ามหาวิทยาลัยได้ย่อมเป็นเกียรติเป็นศรีและความหวังอันยิ่งใหญ่ของครอบครัว คนเป็นลูกเองก็รับรู้ถึงความคาดหวังนี้ พวกเขาจึงมักมีความหวังว่าเมื่อเรียนจบ พวกเขาก็จะช่วยแบกรับภาระของพ่อแม่ จะเลี้ยงดูพ่อแม่ให้มีความสุขสบายมากยิ่งขึ้น นี่ดูจะเป็นความฝันพื้น ๆ อันยิ่งใหญ่ของคนในยุคหนึ่ง จากการสืบค้นประวัติและติดตามหาครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ฆาตกรรมหมู่ 6 ตุลา โครงการ พบว่าผู้เสียชีวิตหลายคนเป็นลูกคนโต หรือลูกชายคนแรกของครอบครัวที่ได้มีโอกาสได้เข้ามหาวิทยาลัย อาทิ เช่น วิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์ นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหิดล เป็นลูกสาวคนโตของครอบครัว เสียชีวิตจากการถูกยิงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ภูมิศักดิ์ ศิระศุภฤกษ์ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ รามคำแหง เป็นลูกชายคนโตและคนเดียวของครอบครัว เสียชีวิตจากการถูกยิงในธรรมศาสตร์ พงษ์พันธ์ เพรามธุรส เป็นลูกคนที่สาม แต่เป็นลูกชายคนแรกของครอบครัว... Read More

อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์: ช่างกลตีกัน

Posted: 24 Sep 2017 08:33 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ก่อนการเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ผู้นำนักเรียนโรงเรียนช่างกลขึ้นเวทีการประท้วงและประกาศร่วมกันว่าต่อไปนี้พวกเขาจะไม่ตีกันเองอีกแล้ว แต่จะสามัคคีร่วมกับนักศึกษาประชาชนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย พลังของการรวมตัวในครั้งนั้นมีส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้การต่อสู้ไม่ยุติลงง่ายๆ หลังการปราบอย่างรุนแรง และทำท่าจะยืดเยื้อ จนทำให้ชนชั้นนำทางการเมืองในขณะนั้นตัดสินใจบีบให้ “3 ทรราชย์”เดินทางออกนอกประเทศ ทุกอย่างจึงสงบลง ต่อมาไม่นาน เมื่อปีกหนึ่งของชนชั้นนำทางการเมืองเริ่มวิตกกับบทบาทของนักศึกษาที่มุ่งจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคม ก็ได้เข้าไปสนับสนุนขบวนการนักเรียนอาชีวะให้สร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อพิทักษ์สังคมไทยให้รอดพ้นจากภัยคอมมิวนิสต์ และพวกเขาก็ได้เปลี่ยนตัวเองจากหัวหอกที่สู้เพื่อประชาธิปไตยมาสู่ขบวนการต่อสู้เพื่อรักษาสถานเดิมของสังคม ในช่วงนั้น ขบวนการของนักเรียนอาชีวะแยกออกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจนกลุ่มที่ยังยึดมั่นอยู่กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเหลือน้อยลง แต่ยังคงมีบทบาทเป็นกองหน้าของขบวนการนักศึกษา ที่สำคัญ ได้แก่ โรงเรียนช่างกลพระรามหก แต่นักเรียนอาชีวะส่วนใหญ่ได้หันกลับเข้าไปสัมพันธ์กับกลไกอำนาจรัฐ โรงเรียนช่างกลพระรามหก (เรียนกันโดยทั่วไปขณะนั้นว่า “รามซิกส์“) มีครูรุ่นใหม่ที่มีทั้งครูช่างและฝ่ายปกครองซึ่งทำงานร่วมกับขบวนการนักศึกษามาโดยตลอด จึงสามารถที่จะถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของการอุทิศตนให้แก่ประชาธิปไตยของนักเรียนอาชีวะรุ่นก่อนให้แก่นักเรียนรุ่นหลัง 2-3 ปีได้ (ครูกลุ่มนี้หลายคนได้มาเปิดโรงเรียนช่างที่มีคุณภาพสูงที่จังหวัดในภาคเหนือและยังคงเสนอแนวทางการอุทิศตนเองให้สังคมแก่นักศึกษามาจนถึงปัจจุบัน ) ผมหยิบจังหวะหนึ่งของประวัติศาสตร์นักเรียนช่างกลขึ้นมาเพื่อบอกกล่าวว่าหากจะเข้าใจและหาทางแก้ปัญหานักเรียนช่างกลต้องคิดไปให้มากกว่าที่ผ่านมาเพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วนักเรียนช่างกลตีกันตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2500 แล้ว และยังตีกันอย่างต่อมาเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (การแก้ไขด้วยการเอาไปฝึกทหารทำให้การตีกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฮา) การหยุดทะเลาะกันในช่วงสั้นๆ ระหว่างก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาและหลังจากนั้นสัก 2 ปีเท่านั้น ผมหยิบจังหวะประวัติศาสตร์ช่วงนี้เพื่อบอกว่า “อัตลักษณ์” และการให้ความหมายใหม่แก่นักเรียนช่างกลเป็นเรื่องสำคัญในการทำให้การตีกันลดลงหรือยุติลงในช่วงหนึ่ง... Read More

ทุนไทยในต่างแดน บาดแผลบนแผ่นดินอื่น

Posted: 24 Sep 2017 08:45 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล เมื่อทุนไทยเดินทางไปสร้างความเจ็บปวดให้แก่ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสิทธิมนุษยชน ขณะที่กฎหมายไทยตามไปไม่ถึง การลงทุนเป็นกิจกรรมทางธุรกิจสำคัญที่ช่วยเร่งการเติบโตทางเศรฐกิจ เพิ่มการมีงานทำ และเพิ่มเงินในกระเป๋าผู้คน ที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญปัญหาการลงทุนของภาคเอกชนตกต่ำ ภาคเอกชนไทยขนเงินไปลงทุนในต่างแดน เพราะสถานการณ์ทั้งเศรษฐกิจและการเมืองที่คลุมเครือ ภาครัฐจึงต้องเร่งการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแทน จากปี 2548-2559 เอกชนไทยขนเงินไปลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนสูงถึง 7.85 แสนล้านบาท ตีกรอบเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี-กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เอกชนไทยลงทุนไปแล้ว 3.28 แสนล้านบาท โดยลงทุนในพม่าสูงสุด ตามด้วยเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ทำไมต้องไปลงทุนในต่างประเทศ? งานศึกษาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบเหตุผลอยู่ 4 ข้อ หนึ่ง-เพื่อแสวงหาตลาดใหม่หรือรักษาส่วนแบ่งตลาดเดิมในประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่หรือมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูง สอง-เพื่อแสวงหาทรัพยากรธรรมชาติและเข้าถึงวัตถุดิบและแรงงานที่ราคาถูกกว่าในประเทศ สาม-เพื่อเพิ่มประสิทธิภาการผลิต รวมถึงการแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ และสี่-เพื่อกระจายความเสี่ยงของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน คำว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมหรือซีเอสอาร์ (Corporate Social Responsibility: CSR) ก็แทบจะเป็นศีลที่ภาคธุรกิจไทย (และเกือบทั้งโลก) ไม่อาจละเลยได้และมักประกาศต่อสาธารณะ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็พยายามออกกฎระเบียบให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องคำนึงถึง การลงทุนในประเทศที่มีกฎหมาย... Read More

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย: เศรษฐกิจไทยทำไมไม่แข็ง

Posted: 24 Sep 2017 09:13 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล เศรษฐกิจไทยฟื้นแล้วหรือยัง? ตัวเลขต่างๆ ที่ออกมาชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แต่…ทำไมเราจึงไม่รู้สึกถึงการฟื้นตัว พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย อธิบายภาวะ ‘แข็งไม่จริง’ ของเศรษฐกิจไทย ความเหลื่อมล้ำ และนโยบายและการกำกับดูแลที่ยังตามไม่ทันเศรษฐกิจที่ซับซ้อนขึ้น เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นจริงหรือไม่? เหมือนเป็นประโยคคำถาม แต่ไม่ใช่ มันเป็นความไม่แน่ใจเสียมากกว่า ขณะที่ตัวเลขต่างๆ ของสารพัดหน่วยงานชี้ไปทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว ความรู้สึกของประชาชนตาดำๆ หาค่ำกินเช้ากลับไม่รู้สึกรู้สาว่าจะกินดีอยู่ดีขึ้น แกะตัวเลขออกมาดูจะกระจ่างว่า ทำไมคนฐานล่างจึงไม่รับรู้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเวลานี้ ทำไมพวกเขาไม่ได้รับอานิสงส์ สิ่งนี้สะท้อนความไม่สมดุลในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย หรือจะเรียกว่าความเหลื่อมล้ำก็น่าจะพอใช้แทนกันได้ในบางมิติ พินิจเศรษฐกิจไทยเวลานี้ผ่านมุมมอง พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร เศรษฐกิจไทยดูเหมือนจะแข็ง แต่ไม่แข็งอย่างที่คิด มันเป็นความแข็งที่ซุกซ่อนความอ่อนแอไว้ในโครงสร้างเศรษฐกิจ บวกกับการปรับตัวของเครื่องมือทางนโยบายที่ไม่เร็วพอรับกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนขึ้นทุกวี่วัน เงินในกระเป๋ายังไม่เพิ่ม พิพัฒน์ กล่าวว่า สาเหตุที่คนถามคำถามนี้มาก เพราะตัวเลขดูเหมือนว่าเศรษฐกิจควรจะดีกว่านี้ และแม้ว่าตัวเลขมีการปรับตัวขึ้น แต่ตัวเลขที่เห็นอยู่เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าในอดีตค่อนข้างมาก เศรษฐกิจไทยเคยโตร้อยละ 7-8 หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ก็ยังโตร้อยละ 5-6 ปัจจุบันเหลือร้อยละ 3.7 ซึ่งอย่างน้อยก็ต้องถือว่ามีสัญญาที่ดีและฟื้นแล้วในแง่ตัวเลข “แต่มีสิ่งที่ไม่เชื่อมโยงกันหรือแตกต่างกันอยู่ระหว่างสิ่งที่ตัวเลขบอกเรากับความรู้สึก... Read More

ว่ากันตามผิด: หลักป้องกันคำสั่งผิด ก.ม. จับรัฐประหารขึ้นศาลที่ไทยไม่เคยทำได้

Posted: 24 Sep 2017 11:43 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท) เรื่อง: เยี่ยมยุทธ สุทธิฉายา ภาพ: อิศเรศ เทวาหุดี เปิดหลักการป้องกันคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ตัวอย่างภาคปฏิบัติจากสหรัฐฯ เมื่อทุกคำสั่งของทหารไม่ได้ชอบด้วยกฎหมาย กลับมาดูไทย อุปสรรคระบบอุปถัมภ์ อาวุโสนิยม ตุลาการทำกฎหมายห้ามยึดอำนาจเป็นเสือกระดาษ พัฒนากองทัพด้วยการสร้างทหารที่คิดเป็น อุปสรรคจากโครงสร้างอุปถัมภ์ไม่เป็นทางการ จ่า: กัมป์! หน้าที่เพียงหนึ่งเดียวในกองทัพคืออะไร ฟอเรสท์ กัมป์: คือทำอะไรก็ตามที่จ่าสั่งครับผม! จ่า: ให้ตายสิกัมป์ แกมันโคตรจะอัจฉริยะ! นี่เป็นคำตอบที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน ไอคิวแกมันต้องอยู่ที่ 160 แน่ๆ แกมันโคตรจะมีพรสวรรค์เลยว่ะ (ที่มา: imdb.com) หนึ่งในประโยคจากภาพยนตร์เรื่องฟอเรสท์ กัมป์ ในฉากที่กัมป์ (ทอม แฮงค์) เป็นทหารและได้ตอบคำถามได้โดนใจครูฝึกที่สุด เพราะหน้าที่ของทหารตามที่จ่าคิดคือการทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ระเบียบวินัยและลำดับการบังคับบัญชาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสถาบันที่ปัจจุบันผูกขาดการใช้อาวุธอย่างถูกกฎหมายเอาไว้อย่างสถาบันทหาร หนึ่งข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ คำสั่งที่สั่งและได้รับไปปฏิบัติหลายครั้งเป็นคำสั่งที่ผิดกฎหมาย แม้จะเป็นช่วงสงครามก็ตาม เช่น การสั่งให้ทหารสังหารพลเรือน ไปจนถึงการใช้กำลังทหารทำการสังหารหมู่ เช่นกรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในเยอรมนีระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และการสังหารพลเรือนในกัมพูชาภายใต้รัฐบาลเขมรแดง “ผมไม่เห็นว่าผมมีความผิด… ผมเพียงแค่โชคร้ายที่เข้ามามีเอี่ยวในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากเจตนาของผม ผมไม่ได้เจตนาจะฆ่าคน.. ผมขอย้ำอีกครั้งว่าผมมีความผิดเพราะเชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา ตามหน้าที่ในสงครามและตามคำสัตย์ต่อหน้าที่... Read More