Posted: 18 Dec 2017 09:18 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท)

 

รัฐบาลปลื้มใจโลกให้การยอมรับ มิชลินให้ดาวเจ๊ไฝไข่เจียวปู อียูกลับมาฟื้นความสัมพันธ์ ธนาคารโลกยกไทยหลุดพ้นความยากจน สหรัฐฯ ก็ปลดพ้นจากประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ

อ้อๆ UN ยังรับรองวันที่ 12 ธ.ค. เป็นวันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสากล ตามข้อเสนอของกลุ่ม FGPH ที่ไทยเป็นประธาน เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ

รัฐประหารมา 3 ปีกว่า นายกฯเพิ่งยืดอกคุยได้ว่าชนะใจชาวโลก (ช่วยกันลืมๆ หน่อยนะว่า อียูตั้งเงื่อนไขไปสู่เลือกตั้ง) เหลือแต่คนไทยด้วยกันนี่แหละ จ้องทำลาย ไม่ลดราวาศอกเลย

โธ่เอ๋ย แค่เรื่องแหวนเพชรกับนาฬิกา ก็เอามารุกเร้าอยู่ได้ ไม่เห็นหรือ ดุสิตโพลยังอยากให้ลุงตู่สุภาพ ใจเย็น ไม่ดุ ถ้าจะให้ไม่ดุ ก็ต้องมีพี่ป้อมอยู่ช่วย รู้ไว้เสียด้วย

สื่อยักษ์ใหญ่เปรียบสถานการณ์ตอนนี้ว่า “ได้นอก เสียใน” ใช่เลย การเมืองภายในวันนี้ ฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไม่ได้มีแค่พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีแค่พวกเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ขยายไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายพรรค ซึ่งกำลังตั้งแง่รัฐบาล “ต่อท่ออำนาจ” ขณะที่ฝั่ง NGO ภาคประชาสังคม ที่เคยใส่เสื้อเหลืองก็กลับมาเป็นปฏิปักษ์กับนโยบายการลงทุนแบบ “ทักษิณคิด ประยุทธ์ทำ” จนถึงจุดเดือดในวันสลายม็อบต้านโรงไฟฟ้า

แถมพี่ป้อมยังมาประสบอุบัติเหตุอีกต่างหาก ถูกรุมวิพากษ์เป็นกระแสสาธารณะ ขนาด “แอ๊ด คาราบาว” ยังออกมาโชว์นาฬิกา เห็นเลยว่าหนักหนาสาหัส

กระนั้นหากมองภาพรวม รัฐบาลก็ยังอยู่ได้สบายๆ ไม่มีใครโค่นได้หรอก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประกาศ “เทคออฟ” ภาคธุรกิจการค้าชอบ อยากให้รัฐบาลอยู่นานๆ ด้วยซ้ำ เพราะมีความมั่นคงแน่นอน เศรษฐกิจฐานราก หลังเปลี่ยนรัฐมนตรี ก็พยายามอัดฉีดครั้งใหญ่ เช่น จะปลดหนี้ ล็อบบี้ราคายาง แจกกระทั่งเบี้ยเลี้ยง อพปร. (เข้าใจตรงกันนะ ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรไม่มีทางแก้ได้ ต้องใช้วิธีอัดฉีดเงินลงชนบท เช่น ตำบลละ 5 ล้านหรือโครงการ 9101 ในช่วงที่ผ่านมา)

รัฐบาลมั่นคงแน่นหนาทุกอย่าง มีปัญหาอย่างเดียว คือการไปสู่เลือกตั้ง หรือพูดอีกอย่าง จะต่อท่ออำนาจไปสู่การเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้งที่เข้มแข็งมั่นคงได้อย่างไร

แน่ละ รัฐธรรมนูญล็อคกลไกไว้หมด ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ สกัดพรรคการเมืองไม่ให้เป็นรัฐบาล แต่การเปลี่ยนไปสู่นายกฯ คนนอกที่ไม่มี ม.44 และต้องมีฐานเสียง ส.ส. ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

ถ้า 2 พรรคใหญ่ไม่เล่นด้วย แม้ไม่ร่วมมือกันแต่กระหนาบอยู่คนละข้าง จะเอา ส.ส.รัฐบาลมาจากไหน ถ้ากวาดต้อนนักการเมืองเก่าเข้าพรรคใหม่แบบสามัคคีธรรม จะอธิบายคนชั้นกลางในเมืองที่เป็นฐานเสียงอย่างไร ถ้าไม่มี ม.44 แม้ใช้อำนาจเข้ม แต่จะปิดกั้นเสียงวิจารณ์ การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการชุมนุมเคลื่อนไหวได้อย่างไร

โจทย์เหล่านี้แก้ไม่ตก มีแต่ทางตันจึงเห็นบางคนออกอาการ อยากเลื่อนเลือกตั้ง ซึ่งพรรคการเมืองก็รู้ทัน เมื่อไพบูลย์ นิติตะวัน ใจตรงกับสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปยื่นแก้กฎหมายพรรคการเมืองจึงถูกโวยลั่น เช่นเดียวกับสมศักดิ์ เทพสุทิน โผล่มาเสนอ ส.ส.ไม่สังกัดพรรค

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พูดถูกแล้วว่าถ้าอยากอยู่ยาว ไม่มีเลือกตั้ง ก็พูดให้ชัด เศรษฐกิจ การเมือง จะได้เห็นภาพแน่นอน

ไหนๆ ก็คุยว่าโลกยอมรับ ต่างชาติแห่ลงทุน ปีหน้าจะเทคออฟ ก็บอกไปเลย ไม่มีเลือกตั้ง อยู่อย่างนี้อีก 3 ปี 7 ปี เดิมพันไปเลย

ที่มา: คอลัมน์ ทายท้าวิชามาร นสพ.ข่าวหุ้น