FILE – Newborn babies fill the nursery of a postpartum recovery center in upstate New York, Feb. 16, 2017. According to a Centers for Disease Control and Prevention report released May 17, 2018, 2017 saw the lowest number of U.S. births in 30 years.
NEW YORK —

อัตราการเกิดของเด็กทารกในสหรัฐฯ ลดลงเมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987

รายงานของสำนักข่าว Associated Press อ้างอิงตัวเลขของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า อัตราการเกิดของเด็กทารกในสตรีอเมริกันอายุระหว่างวัยรุ่นถึงวัย 30 กว่าปี ลดลงเมื่อปีที่ผ่านมา โดยพิจารณาจำนวนการขอสูติบัตรทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 3,853,000 ใบในปี 2017

อัตราการเกิดในสหรัฐฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014 – 2017 แต่ปีที่แล้วถือเป็นการลดลงมากที่สุด คือราว 92,000 คน จากปีก่อนหน้านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะปีที่แล้วเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตสดใส และปกติแล้ว อัตราการเกิดมักแปรผันไปในทิศทางเดียวกันกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสาเหตุของการลดลงของการเกิดมาจากหลายปัจจัย รวมทั้งทัศนคติที่เปลี่ยนไปของผู้หญิงอเมริกัน และการเปลี่ยนแปลงของลักษณะประชากรศาสตร์

กล่าวคือ สตรีในกลุ่มมิลเลนเนียล หรือที่อายุประมาณ 20 – 30 กว่าปี ซึ่งถือเป็นวัยที่เหมาะสมต่อการมีบุตร ต่างมีแนวคิดชะลอการมีบุตรออกไปหรือมีบุตรน้อยลง

รวมทั้งการที่ประชากรชนกลุ่มน้อยในสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไป เช่น การที่ประชากรเชื้อสายเอเชียมีสัดส่วนมากขึ้นและส่วนใหญ่นิยมมีบุตรน้อย ก็เป็นปัจจัยหนึ่งเช่นกัน

เมื่อราวสิบปีที่แล้ว อัตราส่วนเด็กแรกเกิดต่อสตรีอเมริกันหนึ่งคน อยู่ที่ 2.1 แต่เมื่อปีที่แล้วลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1.8 คน ซึ่งต่ำสุดตั้งแต่ปี 1978 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ยังสูงกว่าระดับการเกิดของประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ เช่น สเปน กรีซ ญี่ปุ่น และอิตาลี แม้ช่องว่างนั้นจะลดลงเรื่อยๆ

http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=167199451704610676