Posted: 28 Jan 2018 11:07 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซต์ประชาไท)

Rapeepan S.

วาทกรรม “พลังบริสุทธิ์” มักถูกหยิบยกมาใช้เสมอเมื่อมีกิจกรรมการชุมนุมทางการเมือง แต่มันจะถูกใช้ในฝ่ายที่ผู้พูดสนับสนุนอยู่เท่านั้น สำหรับกิจกรรมการชุมนุมทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม ก็มักจะถูกเรียกผู้ที่มาชุมนุมว่าเป็นพวก “มวลชนจัดตั้ง”

รู้สึกไม่สบายใจ ไม่ชอบใจ กับคำว่า “พลังบริสุทธิ์” ที่มักถูกเอามาใช้เพื่อลดทอนคุณค่าของพลัง “จัดตั้ง” ซึ่งโดยนัยยะหมายถึงคนเสื้อแดง (เพราะมีอยู่กลุ่มเดียวที่เคยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในยุคปัจจุบัน)

มีคนมากมายที่ตื่นตัวและเข้าร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงโดยอิสระ ไม่ได้ถูกชักจูงโดยพรรค แต่แน่นอนว่าพวกเขาสนับสนุนและชื่นชอบพรรค …พลังเหล่านี้ไม่บริสุทธิ์พอหรือ

มีคนจำนวนมากที่ต้องการมาร่วมต่อสู้ในขบวนคนเสื้อแดง แต่ยากไร้ไปทุกสิ่ง เมื่อได้รับการสนับสนุนทางปัจจัยการเดินทาง และการกินอยู่ในม๊อบ จากกลุ่มการเมือง …พลังเหล่านี้ไม่บริสุทธิ์พอหรือ

คนที่ยอมขายวัวขายควาย ทิ้งลูกเมีย ขึ้นรถตู้ รถโดยสารที่ ส.ส.ในพื้นที่จัดหาให้ เพื่อมาตามความฝันในม๊อบ …เหล่านี้คือการจัดตั้งใช่หรือไม่

หรือการจัดตั้งคือการจ้างคนมาม๊อบ เขาจะจ้างกันได้นานขนาดไหนถ้าผู้ชุมนุมไม่สมัครใจมา แล้วถ้าเขาสมัครใจมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การจัดตั้งมันดูแย่ที่ตรงไหน

คำว่า”บริสุทธิ์” มันเป็นนามธรรม พอๆกับคำว่า”ดี” ถ้าคุณเคยมีปัญหากับคำว่า”ดี” คำว่า”บริสุทธิ์”ก็ย่อมสร้างปัญหาได้เช่นกัน!

พลังบริสุทธิ์ หมายถึงอะไรกันแน่ หรือต้องเป็นมวลชนที่ไม่ฝักใฝ่การเมือง โดยเฉพาะไม่ควรฝักไฝ่พรรคยอดนิยม แต่ถ้าฝักใฝ่พรรคอื่นไม่เป็นไร หรือใครที่เคยเรียกร้องการรัฐประหาร เคยเป่านกหวีด ถนัดแต่การไล่ เมือออกมาไล่ คสช. แล้วก็จะกลายเป็นพลังบริสุทธิ์ทันที ใครก็ได้กรุณาทำวิจัยให้ทีเถิด

สิ่งที่น่าขบขันยิ่งขึ้นก็คือ ขณะที่ยกย่องกลุ่มเคลื่อนไหวว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ แต่ก็มีการเรียกร้องให้นักธุรกิจออกมาให้การสนับสนุน (ปัจจัยนั่นแหละ) กับกลุ่มพลังบริสุทธิ์ แล้วมันจะบริสุทธิ์ต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อนักธุรกิจทั้งหลายก็ล้วนหากำไร หาประโยชน์ มีคอนเนคชั่น มีพรรคการเมืองที่ชื่นชอบ เผลอๆ ก็มีคอนเนคชั่นกับพรรคการเมืองโดยตรง

มันน่าประหลาดขึ้นมาทันที เพราะพอชาวบ้านจะมีคอนเน็คชั่นกับพรรคการเมืองบ้าง มันจะดูเป็นการ “จัดตั้ง”กลับกลายเป็นความ ”ไม่บริสุทธิ์” ไปในทันที

พอได้แล้ว นักคิดนักพูดทั้งหลาย ที่พยายามแบ่งแยกนักต่อสู้เป็นพวกบริสุทธิ์และพวกจัดตั้ง จัดเกรดยกยอกดทับกันเสร็จสรรพ และพยายามกีดกันนักการเมืองออกจากการต่อสู้ เพียงเพราะกลัวฝ่ายตรงข้ามโจมตีเป็นจุดอ่อน ทั้งๆ ที่ชีวิตประจำวันของพวกคุณล้วนขึ้นอยู่กับการเมืองอย่างแยกไม่ออก

ถ้าไม่มีความกล้าที่จะเผชิญกับความจริงกันให้รู้ดำรู้แดง แถมยังปัดความคิดที่ถูกฝ่ายตรงข้ามสั่งสมมาให้ในสมองว่าการต่อสู้ที่ดีต้องไม่ฝักใฝ่การเมือง ออกจากหัวไม่ได้ ก็อย่าหวังจะมีชัย เพราะเพียงแค่ประกาศจุดยืนว่าสู้ร่วมกับพรรคการเมืองไหนก็ยังไม่กล้า

ถ้าไม่มีจุดมุ่งหมายในใจ ถ้าไม่มีประโยชน์กับชีวิต แล้วคนจะไปเลือกตั้งเพื่ออะไร สุดท้ายก็เพื่อให้พรรคการเมืองที่ตนเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ได้เป็นรัฐบาล หรือมิใช่
แต่ถ้าไม่ใช่ และคิดว่าต้องบริสุทธิ์เสียจนยอมรับความจริงข้อนี้ไม่ได้ ก็อย่าไปเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งเลย