ตำรวจอิสราเอลระบุว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู สมควรถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในคดีเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นสองคดี ถือเป็นแรงกดดันล่าสุดต่อผู้นำที่ปกครองอิสราเอลมานานกว่า 10 ปี

หลังจากการสืบสวนเป็นเวลานานหลายเดือน ตำรวจอิสราเอลเชื่อว่ามีหลักฐานเพียงพอสำหรับการสั่งฟ้องนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ในข้อหาพัวพันการรับสินบน ฉ้อโกง และประพฤติผิดหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

เวลานี้ทางตำรวจได้ส่งสำนวนการฟ้องร้องดังกล่าวไปให้อัยการพิจารณาแล้ว โดยขั้นตอนการพิจารณานี้อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนด้วยกัน

ในวันอังคาร นายกฯ เนทันยาฮู ได้ออกมากล่าวต่อประชาชนผ่านทางโทรทัศน์ ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง และมิได้แสดงท่าทีว่าจะลงจากตำแหน่งแต่อย่างใด โดยผู้นำอิสราเอลกล่าวว่า ตนเชื่อว่าความจริงจะต้องปรากฏออกมา และเชื่อด้วยว่าตนจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย

สำหรับคดีเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นสองคดีที่นายกฯ เนทันยาฮู ถูกกล่าวหามีส่วนพัวพันนั้น คดีแรกถูกเรียกว่า Case 1000 ซึ่งระบุถึงของขวัญในรูปของซิการ์และอัญมณีมูลค่าหลายแสนชิเกิล ซึ่งนายกฯ เนทันยาฮู และภริยา ได้รับจากมหาเศรษฐีหลายคน เช่น อาร์นอน มิลชาน (Arnon Milchan) ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังของฮอลลีวู้ด และ เจมส์ แพคเกอร์ (James Packer) มหาเศรษฐีชาวออสเตรเลีย ซึ่งทั้งคู่ล้วนมีเชื้อสายยิว

อีกคดีหนึ่งถูกเรียกว่า Case 2000 เกี่ยวข้องกับข้อตกลงระหว่าง นายกฯ เนทันยาฮู กับนายอาร์นอน โมเซส (Arnon Mozes) เจ้าของหนังสือพิมพ์รายใหญ่ของอิสราเอล ซึ่งเอกสารที่รั่วไหลออกมาระบุว่า หนังสือพิมพ์ดังกล่าวจะรายงานข่าวของนายกฯ เนทันยาฮู ในด้านบวกและขึ้นหน้าหนึ่ง หากนายกฯ เนทันยาฮู ตกลงที่จะช่วยทำให้สถานะของหนังสือพิมพ์คู่แข่งอ่อนแอลง

ทางนายกฯ เนทันยาฮู ออกมากล่าวโจมตีตำรวจอิสราเอลว่า พยายามหามูลเหตุฟ้องร้องตนเองโดยมีแรงจูงใจทางการเมือง และอาจพยายามวางแผนก่อรัฐประหาร

นายกฯ อิสราเอล ยังได้โพสต์วิดีโอทาง Facebook เพื่อกล่าวกับผู้สนับสนุนตนเองว่า ไม่ต้องกังวลต่อการฟ้องร้องครั้งนี้ ซึ่งไม่มีอะไรและไม่มีมูลความจริง และว่าขึ้นอยู่กับอัยการเท่านั้นว่าจะสั่งฟ้องตนต่อศาลหรือไม่

นายกฯ เนทันยาฮู ยังได้มีข้อความไปถึงผู้สนับสนุนว่า คำถามสำคัญตอนนี้คือ ความถูกต้องโปร่งใสของกระบวนการสืบสวน เพื่อค้นหาความจริงอย่างไม่มีอคติและตรงประเด็น

การลาออกจากตำแหน่งเพราะข่าวอื้อฉาวเรื่องคอร์รัปชั่นนั้นไม่ใช่ของใหม่ในอิสราเอล เพราะนายกฯ คนก่อน คือ นายเอฮุต โอลเมิร์ต (Ehud Olmert) ก็ถูกกดดันจากปัญหาคอร์รัปชั่นจนต้องลาออกเมื่อปี ค.ศ. 2009 เช่นกัน ก่อนที่จะถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงเมื่อปี ค.ศ. 2014 ห้าปีหลังจากพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว

(ผู้สื่อข่าว Wayne Lee รายงาน / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง)

 

http://rferl.c.goolara.net/Click.aspx?id=167094951401918777